กุศโลบาย หุ้นปันผล

กุศโลบาย หุ้นปันผล

แชร์ปันผลสูงความเสี่ยงต่ำ

กลับมาแล้วครับภาคต่อของครั้งที่แล้วที่เล่าถึงประวัติความเป็นมาของการลงทุนในประสบการณ์ที่เคยประสบมาไม่ว่าจะเป็นกองทุน เงินออมในธนาคารกินดอกเบี้ย และสุดท้ายก็มาลงตัวที่หุ้น ยังมีอะไรปลีกย่อยอีก เช่น การเล่นแชร์ที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงแต่ก็กลับมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน แล้วเชื่อไหมครับว่าความเสี่ยงอย่างการเล่นแชร์ผมได้ศึกษาลึกลงไปอีกว่าจริงๆ แล้วการเล่นแชร์เนี่ยมีกฎหมายรองรับรึเปล่า แล้วมีวิธีการที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีความตามกฎหมายอย่างไรได้บ้าง ความเสี่ยงก็จะลดลงเพราะเราเริ่มรู้แล้วว่าจริงๆ มันมีเหตุผลและหลักการของมันอยู่ว่าทำอย่างไร จึงเป็นข้อสังเกตุอย่างหนึ่งที่อยากให้ทุกคนเก็บไว้เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยว่า อย่างไรก็แล้วแต่ไม่ว่าจะทำอะไรคุณต้องศึกษามันและเข้าใจมันให้ดี ถึงแม้จะเป็นการเล่นแชร์ก็ขอให้ลึกไปอีกนิดนึงว่านอกจากการเอาเงินมากองรวมกัน 


รู้จักวิเคราะห์ใช้ย่อมได้เปรียบ แรงบันดาลใจจาก ดร.นิเวศ เหมวชิรวรากร

ตีแตก ที่นี้กลับมาที่เรื่องหุ้นของเรา ในสมัยนี้ข้อมูลจะกองอยู่บนอินเตอร์เน็ตค่อนข้างเยอะเราถือว่าโชคดีที่เราอยู่ในยุคที่ข้อมูลมีจำนวนมากวิ่งอยู่บนอินเตอร์เน็ต แต่สิ่งที่ควรจะเสพหรือเอาไปวิเคราะห์ต่อต้องเลือกให้เป็น อย่างตำราของท่าน ดร.นิเวศ เหมวชิรวรากร (เล่มตีแตก) แนะให้ดูในงบการเงินก่อน สิ่งที่หนีไม่พ้นคือต้องดูงบการเงินให้เป็นก่อน อย่างน้อยต้องรู้หล่ะว่ารายได้มันเป็นเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ ต้นทุนมันมายังไงแล้วเค้าจะลดต้นทุนยังไงเค้าจะเพิ่มรายได้อย่างไรเอาแค่นี้ก่อน ผมยังไม่ได้ดูรายละเอียดอย่างอื่น ซึ่งสองสามตัวนี้เป็นสูตรที่ออกมาเป็นกำไรขั้นต้น กำไรต่อหุ้น ดูๆ ไปก็จะอยู่ที่กำไร รายได้ ต้นทุน หนี้สินต่อทุน หรือ ต่อหุ้น หลังจากที่จับหลักได้ผมก็เริ่มรวบรวมข้อมูลตามหาข้อมูลบน SET ซึ่งถ้าลึกมากจะมีค่าใช้จ่ายเลยลองเข้าไปหาในเว็บไซต์ของเมืองนอกพบเว็บไซต์ Bloomberg ที่มีข้อมูลอยู่แต่มีข้อมูลย้อนหลังเพียง 4 ปี ที่นี้จะไงดีหล่ะที่จะทำให้ข้อมูลมันมากกว่านี้ มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแชร์ “ถ้าคุณคิดว่าถนนเส้นหนึ่งจะต้องมีต้นไม้ต้นใหญ่ๆ ขึ้นอยู่คุณจะทำอย่างไร” มันมีอยู่ 2 ทางเลือก คือถ้าคุณไม่ซื้อถนนและนำต้นไม้ประมาณพันกว่าต้นมาลงที่ถนนเส้นนี้แล้ว ในอีกทางหนึ่งคุณก็ต้องเริ่มลงมือปลูกมันตั้งแต่วันนี้ และผมก็คิดว่าผมไม่สามารถซื้อข้อมูลจำนวนมากออกมาได้แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็คือผมเริ่มทำมันตั้งแต่วันนั้น ผมก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดขึ้นมาแล้วก็จับมาใส่ลงฐานข้อมูล สิ่งที่ผมอยากรู้หรืออยากได้จริงๆ มันมีอะไรบ้าง เช่น อัตราส่วนทางการเงิน ค่า PE / ROE / ROA / Net Profit Margin / DE / หนี้สินต่อทุน / การหมุนเวียนของสินทรัพย์ หรือจะเป็นปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นอัตราการปันผลย้อนหลังก็รวบรวมมันมาทั้งหมดแล้วใช้โปรแกรมค้นหาอีกทีว่าเงื่อนไขแบบนี้มันน่าจะสอดคล้องกับตัวหุ้นตัวไหนบ้าง ปรากฏว่าเจอหุ้นหลายๆ ตัวที่มีลักษณะอย่างที่ต้องการ แต่จะทำอย่างไรดีได้หุ้นมาแล้วราคามันสมเหตุสมผลอย่างไรบ้าง เอา PE มาดูบ้าง PBV มาตัดมาดูคำนวณว่าถ้า Earning Per share ประมาณนี้ PE เท่านี้ Earning Per share เท่านี้ PE ประมาณกี่เท่า

กุศโลบาย หุ้นปันผล


Screen Shot 2556-08-30 at 12.37.44มีคนถามว่าทำไมคุณถึงตั้งชื่อหุ้นปันผลในเมื่อคุณก็ไม่ได้แนะนำให้ซื้อหุ้นที่ปันผลมากๆ จากความตั้งใจแรกผมอยากให้ทุกคนหันมามองหุ้นหน่อยว่าหุ้นที่คุณมองอาจจะเป็นหุ้นที่ปันผลดี สม่ำเสมออย่างน้อยปันผล 10 เปอร์เซ็นขึ้นไปซึ่งวันนี้หาไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนยังหาได้อยู่อันนี้เราเข้าใจตรงกัน เลยต้องทำเว็บไซต์เพื่อแชร์ข้อมูลที่ผมได้มาก็เลยทำเป็น Stock filter หรือบางที่เรียกว่า Stock screener ที่ท่านไปหากันว่าจะเอา ROE / ROA เท่าไหร่แต่ท่านต้องรู้ธรรมชาติของธุรกิจให้ได้ก่อนว่าธรรมชาติของธุรกิจอย่างเช่น ธุรกิจอิเลคโทรนิคยานยนต์ margin เค้าไม่สูง กำไรที่ได้กลับมาต่อส่วนของผู้ถือหุ้นมันอาจจะไม่เยอะถ้าหากคุณเปิดตำราทุกตำราเค้าจะบอกว่า ROE ที่ดีควรจะมากกว่า 10 % หรือ 15 % ขึ้นไปก็จะไม่ติดกลุ่มนี้พวกนี้มาเลยโดยปริยาย แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยในการค้นหาจริงๆ คือหาหุ้นที่มีอัตราการเติบโต 10 % ขึ้นไป 8 % หรือ 7 % ขึ้นไปแล้วเลือกว่าเป็นหุ้นในกลุ่มไหน สมมติว่าวันนี้คุณทำงานในกลุ่มของยานยนต์คุณอาจจะเป็นลูกน้องบริษัทโตโยต้าบ้าง อะไรบ้างที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแล้วคุณรู้จักธุรกิจนั้นดีพอ อาจจะดีมากกว่าผมด้วยซ้ำ เพราะผมทำงานด้าน HR ลงธุรกิจบางตัวเท่านั้นเองซึ่งไม่ได้ลงลึกหรืออยู่ในวงในเหมือนบางท่านที่ทำอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างท่านจะรู้ดีว่ารากพื้นฐานของบริษัทเป็นอย่างไร ท่านก็ใช้เงื่อนไขบางตัวในการค้นหา แต่ผมเน้นว่าอย่างน้อยคุณต้องหาบริษัทที่เติบโตอย่างน้อย 10 % 8 % หรือ 7 % ขึ้นไป เพื่อดูว่าบริษัทเริ่มจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเพราะหากบริษัทไม่เติบโตแสดงว่าต้องมีปัจจัยอย่างอื่นอาจมาจากภายในของบริษัทที่มีการบริหารไม่ดี การผลิตไม่ได้มาตรฐาน หรือ อาจจะเป็นปัญหาด้านคนในไม่ดีเอง จากประสบการณ์ของหลายๆ บริษัทผมเจอเรื่องของการบริหารจัดการเป็นเรื่องสำคัญบางองค์กรไม่ยอมไล่คนออกก็มีซึ่งเป็นวัฒนธรรมขององค์กรเหล่านี้ก็เปลี่ยนได้ยาก บางบริษัทมีการทำ Early retire เพราะรู้ว่าต้นทุนของคนที่อยู่นานๆ เพิ่มขึ้นทุกปีจึงต้องหากลยุทธ์เพื่อลดคนและต้นทุนลง เรื่องภายในเราอาจไม่ทราบแต่สิ่งที่เราทราบได้คือเรื่องของงบกำไรขาดทุน ซึ่งจะบอกว่าถ้าบริษัทโตดี กำไรดี โตทุกปีนั่นหมายความว่าเค้าน่าจะมีวิธีการบริหารจัดการที่ดี พอเราได้ตัวหุ้นหรือชื่อบริษัทมาสิ่งสำคัญที่เราจะต้องดูก็คือกดเข้าไปดูว่าบริษัทดีจริงอย่างไร รายได้เป็นอย่างไรเดี๋ยวผมค่อยมาไล่เรียงให้ดูอีกที กลับมาที่ตัวหุ้นปันผลสิ่งที่ผมทำก็คือผมสร้างเว็บไซต์ เครื่องไม้เครื่องมือท่านก็ลองไปใช้งานดูเพราะก็ใช้ได้ฟรีอยู่ มีแค่บางส่วนที่จะมีค่าบริหารจัดการสำหรับผู้ที่มาช่วยกันทำ และก็จะมีในส่วนของสมาชิกหุ้นปันผลบน Facebook ที่ได้ทำรองรับไว้ท่านสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และที่เพิ่มเติมก็คือตัว Fan Page เป็นส่วนที่จะพบปะพูดคุย นัดพบที่เราจะได้เจอกันนั่นก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ไว้เดี๋ยวคราวหน้าผมจะมาอธิบายให้ท่านดูว่าวิธีการค้นหาหุ้นที่ดีหรือที่น่าจะเหมาะกับลักษณะการลงทุนของท่านมันเป็นอย่างไร แล้วเจอกันบทความหน้าครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ

ไตรมาส2 แล้วทำอะไรต่อดี

ไตรมาส2 แล้วทำอะไรต่อดี

ในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้มีหลายบริษัทที่ประกาศงบการเงินออกมาแล้ว กำไรมากหรือน้อยกว่าเดิม นั่นคือหน้าที่ที่เราจะต้องเข้าไปดูและพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลงไป

หากท่านมีมาร์ีที่ดูแลพอร์ตของท่านอยู่ขอแนะนำให้โทรหามาร์เดียวนี้ และ ถามเค้าว่าบริษัทที่ท่านลงทุนอยู่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

อาจจะเริ่มด้วยคำถามต่อไปนี้
1. กำไรมากขึ้นหรือลดลง และ มากขึ้นเพราะอะไร หรือ ลดลงเพราะอะไร
2. รายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง และ มากขึ้นเพราะอะไร หรือ ลดลงเพราะอะไร
3. ต้นทุนสินค้า ต่อ รายได้ เพิ่มขึ้นหรือลดลง และ มากขึ้นเพราะอะไร หรือ ลดลงเพราะอะไร
4. ต้นทุนบริหาร ต่อ รายได้ เพิ่มขึ้นหรือลดลง และ มากขึ้นเพราะอะไร หรือ ลดลงเพราะอะไร
5. เงินสดได้มาจาก (ใช้ไปใน) การดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน เพิ่มขึ้นหรือลดลง และ มากขึ้นเพราะอะไร หรือ ลดลงเพราะอะไร

ส่วนคำตอบที่ได้ก็นำมาวิเคราะห์ และ วางแผนต่อไป

ก่อนจะมาเป็น หุ้นปันผล

ก่อนจะมาเป็น หุ้นปันผล

ก่อนจะเป็นหุ้นปันผล
จัดเป็นเทปพิเศษแชร์ประสบการณ์ในหุ้นและการลงทุน ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์หุ้นปันผลและแฟนเพจผม “พรพรหม” เรียกสั้นๆ กันเองว่า นุ้ยแล้วกันนะครับ ความคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2553 เป็นช่วงที่เริ่มได้เข้ามาลงทุน ซึ่งก่อนที่จะมาลงทุนในหุ้นอย่างจริงจังผมได้ผ่านจากการลงทุนในกองทุนมาก่อน ในกองทุนที่มีเกณฑ์ดอกเบี้ยค่อนข้างดีเลยที่เดียว โดยเริ่มลงทุนในกองทุนของ SCBSFF, SCBSET ,SCBDV, SCBRF, SCBAUD เมื่อก่อนไม่ค่อยรู้จักการลงทุนสักเท่าใดนักเหมือนกับนักลงทุนหลายๆ ท่านที่ไม่รู้ว่าจะลงทุนที่ไหนแล้วลงยังไงจึงจะได้ผลตอบแทนที่ดีพอ มีอยู่ช่วงหนึ่งลงทุนในกสิกรเป็นที่แรกโดยใช้เงินต้นประมาณ 100,000 บาท ฝากประจำ 4 เดือนได้ดอกเบี้ย 4 % ในความเข้าใจตอนนั้นยังงงๆ แค่ 4 เดือนก็ได้ถึง 4 % แล้ว แต่ทำไปทำมาถึงได้เข้าใจว่าเค้าต้องหา 4 % ทั้งปีก่อน แล้วจึงมาหารด้วย 365 วัน เพื่อให้ได้จำนวนวันว่าจริงๆ แล้วเค้าต้องจ่ายเราวันละเท่าไหร่ ซึ่งเราฝากกับเค้าอยู่ 4 เดือน ก็เท่ากับ 4 คูณ 30 (4*30) เป็น 120 วัน แล้วเอาจำนวนวันมาคูณจำนวนผลตอบแทนที่ได้ เมื่อถึงบางอ้อก็สรุปได้ว่า 4 % ของเค้าเราก็ไม่ค่อยได้อะไรสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น 4 % ใน 4 เดือนอันนี้จะเห็นน้ำเห็นเนื้อซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่มี ธนาคารก็จะมีกลวิธีของเค้า 3 เดือน หรือ 4 เดือน ซึ่งในช่วงหลังๆ จะเห็นพัฒนาการในเรื่องเครื่องมือของเค้า เค้าก็จะมีขั้นบันไดบ้าง อย่างเช่นล่าสุด กรุงศรี 2.9 ซึ่งท่านจะเห็นว่าไม่ถึง 3 แล้วแค่ 2.9 ต้องใส่เงินเป็นแสน แล้วมันจะยังมีข้อแม้เยอะ

SCBSFF



มหัศจรรย์ระบบทุนนิยม
เดี๋ยวถ้ามีเวลาผมจะมาแจกแจงแล้วเล่าให้ฟังเป็นช๊อตๆ เลยว่าอะไรดีไม่ดี งั้นกลับมาย้อนอดีตกันอีกทีหลังนั้นผมก็กลับมาคิดยังไงดีละ มันมีทางไหนอีกบ้างซึ่งตัวเลือกต่อไปก็คือ กองทุน แต่ในช่วงระหว่างนั้นผมก็เริ่มรู้จักหุ้นบ้างแล้วแต่ก็ลงทุนในกองทุนก่อน ซึ่งกองทุนผมเลือก SCB เพราะว่าเมื่อก่อนนี้เงินที่มีจะผ่านที่ธนาคารไทยพานิชย์เป็นหลักก็เลยลองเปิดพอร์ทดู เครื่องไม้เครื่องมือของเค้าก็โอเคใช้งานได้ ลองเลยตัวแรก SCBSFF ซึ่งตัวนี้เป็นตัวที่เสี่ยงน้อยที่สุดเพราะเค้าลงในตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 2.8% ต่อปี อาจจะมีต่ำกว่านั้นนิดหน่อยก็แล้วแต่ปี เวลาเงินเข้าปุ๊บก็มีทั้งเงินที่เป็นเงินเดือนและเงินจากงานพิเศษต่างๆ ทำให้ได้ผลตอบแทนจาก SCBSFF ประมาณวันละ 25 บาทเมื่อเทียบกับค่าข้าวสมัยนั้นจานละแค่ประมาณ 20 กว่าบาท มีเงินสัก 3-4 แสนก็ได้ค่าข้าวแล้วเป็นที่มาว่ามันช่างอัศจรรย์เมื่อราคาเปลี่ยนเราก็ได้เงินเพิ่ม เริ่มเห็นโอกาสก็หาทางอื่นที่ได้มากกว่ายอมเสี่ยงมากหน่อย ก็เลยลองไล่ดูว่ากองทุนมีอะไรให้น่าเล่นอีกก็เลยเจอ SCBRF พอเจอ SCBRF ก็คิดว่าจะได้ใกล้เคียงกันกลับไม่เป็นอย่างนั้น SCBRF นอกจากเข้า-ออกได้ช้ามากกว่า 1 วันแล้วตัวเค้าเองยังวิ่งช้าด้วยในบางจังหวะมันกลายเป็นว่า SCBSFF ยังคล่องตัวมากกว่าในอัตราผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกัน ก็เลยต้องยอมปล่อย SCB RF ไปแล้วหันมาจับ SCBAUD แทน 


(เพิ่มเติม…)

KFSDIV จ่ายปันผล 0.50 XD 13 ส.ค. 56

KFSDIV จ่ายปันผล 0.50 XD 13 ส.ค. 56

Screen Shot 2556-08-13 at 16.21.10

การจ่ายเงินปันผลของกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV)
08/08/2556

กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) จะจ่ายเงินปันผลสำหรับรอบบัญชี 1 เมษายน 2556 ถึง 28 มิถุนายน 2556 ซึ่งกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2556 โดยจะจ่ายเงินปันผลประมาณ 0.50 บาทต่อหน่วยในวันที่ 22 สิงหาคม 2556

จากข้อความนี้หลายท่านอาจจะคิดว่า KFSDIV ปันผล 0.50 บาท แต่อยากให้ลองล๊อคอินเข้าไปดูในระบบ ดังรูปตัวอย่างที่ผมนำมาให้ดูเป็นการลงทุนในพอร์ตของผมเองจะเห็นว่า ประวัติการจ่ายปันผล จริงๆแล้วจ่ายแค่เพียง 0.25 บาทเท่านั้น

ขอแก้ไขเพิ่มเติมครับ ได้รับเมลยืนยันจากทางกรุงศรีแล้วว่าจ่าย 0.50 บาทตามที่แจ้งไว้นะครับ โดยมีข้อความที่ส่งถึงผมตามด้านล่างนี้
(เพิ่มเติม…)