หุ้น CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  หลังจากประกาศงบการเงินปี 2556 มีข่าวมากมายเกี่ยวกับบริษัท มีคนถามถึงในห้อง Line และ กรุ๊ปบน Facebook ผมเลยนำมาให้ดู โดยสรุปแล้วผมมุ่งเป้าไปที่ต้นทุนทางการเงินเป็นหลัก ส่วนเรื่องของ รายได้ที่จะรับรู้ในอนาคตจะกี่แสนล้านบาท ส่วนนั้นท่านหาอ่านตามบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ หรือ ข่าวจากทางบริษัทได้เองเลยครับ

บัญชีงบดุล ย้อนหลัง Screen Shot 2557-02-27 at 11.35.24


สังเกตุตรง ลูกหนี้ทั้งหมด กับ สินค้าคงคลังจะเห็นได้ว่า ปี 2555 และ 2556 เป็นปีแห่งการขายของเค้าจริงๆ ครับ แต่ส่วนใหญ่บันทึกเป็น ลูกหนี้

Screen Shot 2557-02-27 at 11.37.23

รายได้ที่บุ๊คเข้ามาในปี 2555 กับ 2556 เพิ่มขึ้น 74% และ 11% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่า บริษัทเองขยายกิจการอย่างหนัก และ มีบัญชีลูกหนี้สูงขึ้น ส่วนเป็นกิจการอะไรที่เพิ่มเข้ามานั้น ท่านลองถามโบรกเกอร์ดูนะครับ

Screen Shot 2557-02-27 at 11.39.26

มาดูในส่วนวงจรเงินสดบ้าง ที่อยากให้ดูเพิ่มเติมคือ ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 22.28 วัน ก็ถือว่า ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่น่ากังวลไปครับ ถึงแม้จะมีลูกหนี้เพิ่มก็เบาใจได้  หากไปดูในส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียน ก็ยังมากกว่า หนี้สินหมุนเวียนอยู่ 8% ผมว่าก็เป็นบริษัทที่บริหารเงินดุลได้ดีครับ

แต่ที่น่าสังเกตุก็คือ หนี้อีกกองหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือ  หนี้ระยะยาว ปี 2555 และ 2556  จำนวน 84,056.8 ล้าน และเพิ่มขึ้นในปี 2556  เป็น  109,175.6 ตามลำดับ ซึ่งการเพิ่มของหนี้ก้อนนี้มาพร้อมกับสินทรัพย์ที่สร้างรายได้อย่างที่ได้เห็นแล้ว ถ้าจะพูดไปเป็นหนี้ระยะยาวด้วย ซึ่งผิดกับ CPALL   ที่เป็นหนี้ระยะสั้น  สรุปตรงนี้ไว้ก่อนว่าเรื่องความสุมดุลของหนี้ และ สินทรัพย์ ในระยะสั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไร จะมีก็แค่หนี้ระยะยาวที่คงต้องค่อยๆ จัดการกันไป

บัญชีกำไรขาดทุน ย้อนหลัง 

Screen Shot 2557-02-27 at 11.47.44

 

ดูในส่วนงบกำไรขาดทุนบ้าง ตัวกำไรขั้นต้นลดลงแค่ 0.46% อันนี้ผมว่า ไม่ได้มีอะไรที่บอกว่าวิกฤติ หรือ เกิดภาวะขาดทุนอะไรหนักแค่ยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายจากฐานที่เพิ่มขึ้นมาแล้วในปี 2555 ถึง 74% ฉะนั้นการเพิ่มขึ้นเป็น 11% ในปี 2556 มุมมองผมเองจึงมองเป็นเรื่องที่ปกติ  แต่สิ่งที่ต้องดูก็คือ ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาหลังจากมีฐานรายได้ใหม่เข้ามาแล้วนั้น เรื่องของต้นทุนเป็นเหตุทำให้กำไรขั้นต้นต่อรายได้ลดลงจากระดับ 17% เหลือเพียง 12% ซึ่ง 5% ที่หายไปนั้นคิดเป็นเม็ดเงินแล้วมากถึง 18,000 ล้าน ประเด็นที่สำคัญคือ “หากจัดการเรื่องต้นทุนนี้ได้ทุกอย่างก็จะออกมาสวยงาม”

หากพิจารณาเพิ่มเติมในเรื่องของต้นทุนการดำเนินงานแล้ว อยู่ในระดับ 9.25% ต่อรายได้ ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบมากสำหรับการบริหารงาน ตอกย้ำเรื่องเดียวคือ “เรื่องต้นทุนของสินค้า”

ต้นทุนทางการเงิน

Screen Shot 2557-02-27 at 11.50.38

ต้นทุนทางการเงิน ดอกเบี้ยจ่ายในปี 2555 มากถึง 6,000 ล้านบาท และในปี 2556 มากถึง 7,900 ล้านบาท ประเด็นนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้เฝ้าติดตาม เนื่องจากมีทิศทางที่สูงขึ้น คำถามที่ต้องตั้งไว้คือ ทำไมเงินดอกเบี้ยไม่ลดลง เป็นไปได้หรือไม่ที่ ต้นทุนเงินกู้นั้นไม่ได้ลดลงเลยทำให้บริษัทยังต้องแบกภาระดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งหากไปดูในงบกระแสเงินสดจะเห็นว่า ลำพังเงินสดที่ได้จากการดำเนินงาน ก็แทบจะไม่พอใช้ดอกอยู่แล้วยังไม่ต้องหวังว่าจะนำเงินมาชำระเงินกู้ในระดับต่อไป

คำถาม
1. ถามผู้บริหารว่า มีวิธีจัดการกับภาระดอกเบี้ยอย่างไร เพราะกำไรมาเท่าไหร่ก็จ่ายดอกเบี้ยหมดถึง -7,937.4 ล้านบาท  ถ้าหนี้ก้อนนี้มีภาระลดลงก็สบายใจได้

Screen Shot 2557-02-27 at 13.47.48

เงินสด รับมาจากการดำเนินงานมี 12,492 ล้านบาท แต่ต้องชำระดอกเบี้ยถึง  7,119.34 ล้านบาท
Screen Shot 2557-02-27 at 13.52.43

ในส่วนของกิจกรรมการจัดหาเงินสังเกตุว่า เงินกู้ยืมระยะสั้น และ ระยะยาวนั้น ไม่ได้ลดลงเท่าไหร่หนัก ฉะนั้น CPF จึงหวังได้อย่างเดียวว่าระดับ กำไรขั้นต้นจะดีขึ้น จึงจะสามารถนำส่วนนั้นมาจ่ายหนี้และเกิดเป็นกำไรได้ในอนาคต

มีความเห็นจากเพื่อนนักลงทุนมากมาย ผมไม่ได้ลงไว้เนื่องจากยังไม่ได้ขออนุญาติท่านเหล่านั้น หากนักลงทุนท่านใดมีความเห็นเพิ่มเติม ลงในคอมเม้นด้านล่างผมจะนำมาปรับปรุงแก้ไข หรือ ตอบข้อสังสัยท่านได้ในลำดับต่อไปครับ  (ทั้งหมดนี้สอนอยู่ ในห้องอบรม หุ้นปันผลครับ)

พรพรหม ภักตร์เปี่ยม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ หุ้นปันผล Value Investor ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการออม การลงทุน หุ้น LTF RMF ทึ่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสมรรถนะ ตัวชี้วัดและ โปรแกรมเมอร์ PHP MYSQL JAVA iOS