ดอกเบี้ยออมทรัพย์ตอนนี้ ถูกเหลือจะทนที่เห็นมากหน่อยและเงื่อนไขพอรับได้ก็อย่าง Me By TMB อยู่ที่ 2.75% แต่ข้อแม้ก็คือ ต้องฝากเข้ามากกว่าถอนในเดือนนั้นจึงจะได้ดอกเบี้ย 2.75% แต่ถ้าไม่ฝากเลยดอกเบี้ยก็จะอยู่ที่ 2.25%

ทำไมต้องตราสารหนี้ เสี่ยงมั้ย?

ตราสารหนี้เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางไม่สูงมาก เพราะฉะนั้นหากเทียบความเสี่ยงแล้วก็มีความใกล้เคียงกับเงินฝากออมทรัพย์ หากท่านไม่สามารถที่จะยอมรับได้ว่าการลงทุนในตราสารหนี้ อาจจะ ทำให้สูญเสียเงินต้น บางส่วน หรือ ทั้งหมดไป ก็ให้จบการอ่านที่ตรงนี้แล้วไปลง Me By TMB เอาครับ แต่ถ้าพอรับได้ก็ไปดูกันต่อ

ความเสี่ยงของออมทรัพย์ก็ใช่ว่าจะไม่มีนะ ตัวอย่างก็เช่นวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์รอบที่แล้ว ล้มกันไม่เป็นท่าคนต่างแห่กันไปถอนเงินออกจากธนาคารเพราะคิดว่าธนาคารจะเจ๊งเพราะมีหนี้เสียมาก แต่ท้ายสุดรัฐบาลก็เข้ามาอุ้มจนผ่านมาได้เปราะนึง สิ่งหนึ่งที่ต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจคือในวันที่ 11 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป พรบ. คุ้มครองเงินฝาก บอกไว้ว่าจะคุ้มครองแค่ 1 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน ต่อ 1 บัญชีเท่านั้น

ระยะเวลาที่สถาบันการเงินปิดกิจการ
จำนวนเงิน

  11 สิงหาคม 2555 – 10 สิงหาคม 2558

  ไม่เกิน 50 ล้านบาท

  11 สิงหาคม 2558 – 10 สิงหาคม 2559

  ไม่เกิน 25 ล้านบาท

  11 สิงหาคม 2559 เป็นต้นไป

  ไม่เกิน 1 ล้านบาท

แบบนี้ก็เท่ากับเงินฝากออมทรัพย์มีความเสี่ยงเช่นกัน

ตราสารหนี้ที่แนะนำ

ตราสารหนี้ที่อยากแนะนำให้ลองศึกษาดู คือกองทุนตราสารหนี้ หรือ ตราสารหนี้ที่กองทุนเข้าไปซื้อแล้วนำมาจัดสรรเป็นหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนรายย่อย เหตุผลที่เราไม่สามารถซื้อตราสารหนี้ได้เองเพราะต้องใช้เงินจำนวนมากทีละหลายล้านบาท

กองทุนตราสารหนี้ แนะนำให้ลองศึกษากองที่ซื้อตราสารหนี้อายุสัก 5-10 ปี เพื่อให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เราลงไปคือในระดับ 3% ขึ้นไปต่อปี และ เป็นกองที่ลงทุนเฉพาะในตราสารหนี้ของประเทศไทยเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับภาพในประเทศซึ่งท่านเองก็สามารถติดตามได้ง่ายยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงกองทุนตราสารหนี้

ความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้คือ ตราสารหนี้ที่กองทุนซื้อมามีความเสี่ยงสูงเกินไป ให้ผลตอบแทนสูงแต่มีเครดิตเรตติ้งที่ต่ำซึ่งท่านจะต้องลงไปศึกษาด้วยตัวเอง ส่วนตัวคิดว่ากองทุนเลือกมาดีแล้วก็เลยไปดูเรื่องผลตอบแทนเป็นหลักมากกว่าครับ

ความเสี่ยงอีกเรื่องหนึ่งคือ ตราสารหนี้ใช้อัตราผลตอบแทนจากการซื้อขายครั้งล่าสุดในศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคา ณ สิ้นวัน ฉะนั้นหากราคาซื้อขายตราสารหนี้ลดลง ก็จะทำให้ค่าหน่วยลงทุนลดลง หรือ อาจทำให้เราขาดทุนได้ในช่วงเวลานั้น ซึ่งจะเป็นผลมาจากภาวะดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในช่วงขาขึ้นความน่าสนใจของตลาดตราสารหนี้จะลดลง

ซื้อขายยังไง

กองทุนตราสารหนี้จะซื้อขายผ่านระบบผู้ขายเอง ซึ่งปัจจุบันก็มีตัวแทนมากมายครับที่เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแต่ในที่นี้ขอแนะนำว่า ซื้่อกองของธนาคารไหนก็ไปเปิดบัญชีซื้อขายที่ธนคารนั้น เข้าใจง่ายดีครับ บางที่อาจมีขึ้นต่ำในการซื้อแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน รวมถึงค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันออกไป และ ระยะเวลาการขายคืนไม่เหมือนกัน

เวลา ซื้อ หรือ ขายคืน สามารถทำที่ตู้ ATM ที่ ธนาคาร ที่โปรแกรมออนไลน์ ก็ได้เช่นกัน การซื้ออาจมีกำหนดว่าห้ามเกินกี่โมง ส่วนใหญ่ไม่เกิน 16.00
เวลาขายคืน อาจได้เงินช้าประมาณ 3 (T+2) วัน สมมุติว่าขอถอนเงินวันที่ 1 ก็นับไปอีก 2 วัน คือ 1,2,3 แล้วจะได้เงินวันที่ 4 ตอนเช้าๆ หน่อย

กองไหนดี เลือกเองเลย

ตารางด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน อายุของตราสารหนี้ ค่าธรรมเนียม ราคาขั้นต่ำ และเวลาถอนคืน เลือกเฉพาะวงเงินการซื้อไม่เกิน 10,000 บาท และ กองที่ซื้อตราสารหนี้เฉพาะในไทย และ ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลเท่านั้น

กองทุน หลักทรัพย์ ผลตอบแทน   สัดส่วนการลงทุน อัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวม ขายคืน Standard Deviation
1 ปี
Sharpe Ratio
1 ปี
Information Ratio
1 ปี
1 ปี 3 ปี 5 ปี หุ้น ตราสารหนี้ เงินฝาก
KFMTFI ธ. กรุงศรี 4.11% 3.7% 2.94% 58% 42% 0.43% T+2 0.5 3.81 -3.67
SCBPF ธ. ไทยพาณิชย์ 4.23% 3.63% 68% 32% 0.44% T+3 0.66 3.00 -4.23
ONE-FAR บล วรรณ 4.08% 3.59% 2.88% 33.35% 66.65% 0.66% T+2 0.28 6.48 0.26
BFIXED ธ. กรุงเทพ 4.19% 3.47% 26.60% 73.40% 0.30% T+4 0.45 4.00 0.19
K-FIXED ธ. กสิกรไทย 6.05% 3.99% 3.13% 78.42% 21.58% 0.34% T+2 0.83 4.16 -2.83
TMBBF ธ. ทหารไทย 3.47% 3.41% 32.35% 67.65% 0.5% 0.24 5.51 -0.89

Standard Deviation  คือค่าความผันผวน ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดี
Sharpe Ratio  คือค่าความคุ้มค่าถ้าเทียบ ความผันผวนของกองทุน กับ (ผลตอบแทนของกองทุน – ผลตอบแทนสินทรัพย์ไม่เสี่ยง) ยิ่งเยอะยิ่งดี
Information Ratio  คือค่าที่ผลตอบแทนหักความเสี่ยงของกองทุน แล้วเทียบกับ Benchmark ของตลาดรวม ยิ่งมากยิ่งดี

Screen Shot 2558-01-14 at 18.25.38

ถ้าดูจากตารางจะเห็นว่า K-FIXED ของกสิกรไทยผลตอบแทน 1 ปีทำผลตอบแทนได้สูงถึง 6%  จากกราฟด้านบนท่านจะเห็นว่ามูลค่าหน่วยลงทุนนั้นภายใน 1 ปีเพิ่มมาจาก 10.68 ไปที่ 11.3   มันเจ๋งไปเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างจากกองทุนอื่นก็คือ กองนี้ลงทุนในตราสารหนี้ถึง 78% ลองลงมาคือ SCBPF ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเข้าไป ถ้ายอมรับในความเสี่ยงนี้ได้ ก็น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน

ผมลงกองทุนไทน KFMTFI

ผมเลือกกองนี้เพราะสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินเป็นสำคัญ และ ผลตอบแทนก็อยู่ในระดับที่ดี

Screen Shot 2558-01-14 at 18.45.31

Screen Shot 2558-01-14 at 18.29.29
จากตัวอย่างลงทุนมาตั้งแต่  4 พฤศจิกายน 2557 โดยมีการซื้อเข้าจำนวน 200,00 บาท หลังจากนั้นขายออก และ ซื้อกลับบ้างในจำนวน 30000-50000 บาท ถ้าคิดเป็นยอดผลตอบแทน ณ วันที่ 14 ม.ค. 2558 รวมเวลาจะเท่ากับ 2.5 เดือน จากภาพผลตอบแทน 0.62% นำมาเทียบต่อ 2.5 เดือน ก็เท่ากับ 0.248 ต่อเดือน หรือคิดเป็นผลตอบแทนต่อปี 2.976% แต่ถ้าฝากไว้ตั้งแต่ต้นผลตอบแทนจะมากกว่า 3%

สรุปแล้วจากตารางกองทุนด้านบนผมเองเลือกตามสะดวกครับ ส่วนท่านจะเลือกตามสะดวกเหมือนก็ไม่สงวนสิทธิ์แต่อย่างใด แต่ให้จำไว้ว่าตราสารนี้เองก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน

เรียนรู้การออมเงิน และ การลงทุน เพื่อผลตอบแทนมั่งคั่งในอนาคต เปิดสอนมือใหม่เทริ์นโปร คลิกเลย

พรพรหม ภักตร์เปี่ยม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ หุ้นปันผล Value Investor ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการออม การลงทุน หุ้น LTF RMF ทึ่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสมรรถนะ ตัวชี้วัดและ โปรแกรมเมอร์ PHP MYSQL JAVA iOS