อิสรภาพทางการเงิน

คือ สภาวะที่ รายรับจากสินทรัพย์ท่ีเราไม่ต้องใช้แรงในการทำงาน มากว่า ภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน ผมเชื่อว่าเป็นจุดสูงสุดของมนุษย์เงินเดือนที่ฐานะทางบ้านเป็นชนชั้นกลาง หรือ แย่กว่านั้นต้องการตะเกียกตะกายไปให้ถึง

จุดนี้อย่าเพิ่มท้อครับ อย่าลืมว่าทุกคนมีสมองกับมือเหมือนกัน เหลือแค่เพียงลงมือทำเท่านั้น

ตัวเลข 007
เป็นตัวเลขที่ผมคิดว่าเหมาะสมที่สุดแล้วในการคำนวณหาเงินต้น เพื่อ ไปถึงอิสรภาพทางการเงิน ค่าแรงขั้นต่ำ 15,000 บาท ทุกวันต้องใช้เงินจำนวนนี้กินอยู่และซื้อสถานะทางสังคมในที่ทำงานเพื่อหล่อเลี้ยงให้ตนเองยังสามารถประคองสัมมาอาชีพและอยู่ในสังคมได้อย่างไม่แปลกแยก

007  ตัวเลขนี้ในทางการคำนวณคือ 0.07 หรือ 7/100  หรือ 7% เป็นตัวเลผลตอบแทนของ เงินปันผล ที่ผมนำมาใช้ในการคำนวณให้กับผู้ที่สนใจในการลงทุนหุ้น โดยมีความมุ่งหวังที่จะหาหุ้นจ่ายปันผลสูง และ มีความเป็นไปได้ที่จะจ่ายต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าประเทศจะเกิดวิกฤติทางด้านการเงินครั้งใหญ่อย่างเช่นปี 2540 ถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมันครับ  (การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง)

หุ้นอะไรที่จ่าย 7%  หุ้นที่จ่ายปันผลสูงๆ ในบทความเคยแนะนำไปแล้ว คลิกที่นี่ เพื่ออ่านบทความ รวยด้วยหุ้นปันผลสูง 2015  ผลตอบแทนที่น้อยกว่า 7% ดูก็ไม่น่าสนใจเพราะอัตราเงินฝากประจำอยู่ที่ 3% + เงินเฟ้อ 4% ก็เท่ากับผลตอบแทน 7% เสมอตัวพอดี  ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7% ขึ้นไปก็ดูจะไม่ค่อยเป็นจริงบางครั้งก็มีจ่ายสูงบ้าง ต่ำบ้าง นักลงทุนมักจะโดนหลอกตาบ่อยๆ จากการจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น หรือ ราคาหุ้นที่ลดลง (เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว พักไว้แค่นี้ก่อน)

อิสรภาพทางการเงิน

ถึงตรงนี้แล้วผมจึงอยากแนะนำวิธีการหาเงินต้น เพื่อ อิสภาพทางการเงินด้วยวิธีดังนี้ครับ
1. ต้องใช้เงินเท่าไหร่ต่อเดือนจึงจะอยู่ได้  ตัวอย่าง 25,000 บาทต่อเดือน
2. นำเอาตัวเลขเงินที่ต้องการต่อเดือน x 12  คิดเป็นรายรับต่อปีเท่าไหร่ ตัวอย่าง 25,000×12 = 300,000 บาท
3. ใช้ตัวเลข 0.07 หารรายรับต่อปีที่เตรียมไว้  ตัวอย่างคือ 300,000 / 0.07  = 4,285,714.28 บาท

สรุป ท่านจะต้องมีเงินทุน   4,285,714.28 บาท เพื่อลงทุนในหุ้นจึงจะได้ผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นจำนวน 300,000 บาทต่อปี หรือ 25,000 ต่อเดือน

หากท่านกำลังมองหาทางสร้างรายได้อยากให้ลองไล่อ่านบทความต่อไปนี้ครับ
1. รวยหุ้นด้วย 10 วิธีที่มือใหม่ก็ทำได้ Part 1
2. บันไดขั้นแรก เล่น หุ้น มือใหม่ต้องอ่าน

สรุปตัวอย่างเพิ่มเติม
ถ้าต้องการเงิน 15,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 2,571,428 บาท
ถ้าต้องการเงิน 20,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 3,428,571 บาท
ถ้าต้องการเงิน 25,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 4,285,714 บาท
ถ้าต้องการเงิน 30,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 5,142,857 บาท
ถ้าต้องการเงิน 35,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 6,000,000 บาท
ถ้าต้องการเงิน 45,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 6,857,142. บาท
ถ้าต้องการเงิน 50,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 8,571,428 บาท 
ถ้าต้องการเงิน 55,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 9,428,571 บาท 
ถ้าต้องการเงิน 60,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 10,285,714 บาท 
ถ้าต้องการเงิน 65,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินทุน 11,142,857 บาท 

ตอนนี้ผู้อ่านบางท่าน ที่ยังมีเงินเก็บไม่ถึง 1 ล้านบาท อาจจะรู้สึกท้อแต่ผมมียาหวานให้กำลังใจครับ เพราะถ้าหากท่านหา 1 ล้านบาทแรกได้ 5 ล้านบาทก็ไม่ยาก และ ถ้ามี 5 ล้านบาทแรกได้ 6 ล้านบาทจะขี้ปะติ๋วไปเลย

 

และผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าท่านมี 1 ล้านบาท หรือ ใกล้จะถึงแล้ว ความรู้ ความอดทน และ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยากเย็น มันจะเปลี่ยนสูตรจาก 007 เป็น  015   020  หรือ 030 ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย

หากต้องการมีเงินใช้ 30,000 บาทต่อเดือน ด้วยสูตร 030  ใช้เงินแค่ 1,200,000 บาท ก็สามารถถึงฝันได้เลยทันที  

 

 

 

 

พรพรหม ภักตร์เปี่ยม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ หุ้นปันผล Value Investor ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการออม การลงทุน หุ้น LTF RMF ทึ่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสมรรถนะ ตัวชี้วัดและ โปรแกรมเมอร์ PHP MYSQL JAVA iOS