หลายครั้งที่มีการนำเสนอข่าวการปันผลของหุ้นแต่ละตัวในตลาด โดยไม่คำนึงถึงกำไรในอนาคตเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด เพราะหากคาดหวังแล้วไม่ได้ตามหวังราคาหุ้นอาจตกลงได้อย่างน่าตกใจ และอาจได้ไม่คุ้มเสียระหว่างเงินปันผลและส่วนต่างราคาที่ลดลง

ตารางกำไรของ DTAC 2554-2557

ปี

2554

2555

2556

2557

6M/2558

กำไรต่อหุ้น

4.99

4.76

4.46

4.53

1.55

จ่ายปันผล

17.84

5.06

3.72

6.91

1.69

ราคา

69.50

88.25

97.00

96.50

57.75

Yield

25%

5.7%

3.8%

7.1%

2.9%

ปันผลต่อกำไร

357%

106%

83.40%

152%

109%

ปันผลจ่าย(ล้าน)

42,241

11,981

8,808

16,361

4,001

เงินสด

26,130.8

21,735.4

24,061.9

28,340.4

16,386.3

จะสังเกตุเห็นว่าหลายครั้ง DTAC ปันผลอยู่ที่อัตรา 100% ของกำไร มีคำถามเกิดขึ้นทันทีว่าจ่ายแบบนี้ DTAC มีเงินสดพอหรือไม่ จากตารางด้านบนจะสังเกตุเห็นว่าในรอบ 6 เดือน เทียบกับราคา 57.75 บาท จะได้
Yield% อยู่ที่ 2.9% คิดเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งหมด 4,000 ล้านบาทเทียบกับเงินสดแล้วมีถึง 16,386 ล้านบาท เรื่องนี้สบายใจได้หายห่วง DTAC มีเงินพอจ่ายแน่นอน ทั้งเงินไปลงทุนต่อทั้งนำไปจ่ายหนี้

Screen Shot 2558-10-01 at 3.27.04 PM

แต่จุดที่ผมอยากให้ลองตั้งข้อสังเกตุดูก็คือ  ในเว็บ set.or.th นั้นแสดงข้อมูลเงินปันผลไว้ที่ 13.51%  ซึ่งเป็นเงินปันผลที่คิดจากการจ่ายปันผลของปี้นี้ รวมกับปีที่แล้ว เท่ากับ 7.8 บาทต่อหุ้น  ซึ่งกรณีนี้มีความหมายว่าหากซื้อหุ้น DTAC ที่ราคา  57.75 บาท มีโอกาสได้เงินปันผล 13.51%  จริงหรือเปล่า เรื่องนี้ต้องลองพิจารณาต่อว่าการจ่ายปันผล 7.8 บาทต่อหุ้นนั้นในปี 2558 มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

รอบ 6 เดือนปี 2558 DTAC ประกาศจ่ายไปแล้วจำนวน 1.69 บาทต่อหุ้น เท่ากับว่าขาดที่ต้องจ่ายอีก 6.11 บาทต่อหุ้น ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนอีก 14,467 ล้านบาท  หากวิเคราะห์กันแบบนี้เงินสดของ DTAC มีพอครับเพราะว่า ครึ่งปีหลังก็น่าจะมีเงินสดเข้ามาอีกประมาณ 16,000 ล้านบาท เป็นอย่างน้อย บวกกับเงินสดในบัญชีที่มีอยู่ 8,346.9 ล้านบาทรวมแล้ว  24,346.9 แต่คำถามที่ผมอยากให้ทุกท่านได้ฉุกคิดคือ เงินสดจำนวนนี้ ยังต้องนำไปลงทุน ชำระหนี้ และเป็นเงินสดหมุนเวียนในระบบอีกด้วย และ การจ่ายที่  7.8 บาทต่อหุ้น ถ้าบริษัทประกาศงบกำไรขาดทุนปีนี้มีกำไรเท่ากับ 3 บาทต่อหุ้น (ตามค่าเฉลี่ย IAA CONSENSUS) เท่ากับว่าปีนี้ DTAC จะมีอัตราการจ่ายปันผลต่อกำไรถึง 260% เลยทีเดียว

 

ความเป็นไปได้ในการจ่ายเท่าไหร่

อย่างแรกที่เราต้องทำคือการประมาณการณ์กำไรก่อน ผมได้ไปดูของ IAA CONSENSUS  ของโบรกเกอร์แต่ละที่ให้กำไรต่อหุ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาทต่อหุ้นปัดเป็นก้อนกลมๆ 3 บาทต่อหุ้นเลยก็ไม่น่าเกลียดนะครับ

หาก DTAC ปีนี้มีอัตราการจ่ายประมาณ 140% ของกำไร (มองในแง่ดีมากๆ) ก็เท่ากับว่ามีโอกาสจ่ายปันผลจำนวน 4.2 บาทต่อหุ้น จ่ายไปแล้ว 1.69 บาทต่อหุ้น เหลือคาดว่าน่าจะจ่ายอีก 2.51 บาทต่อหุ้น ต้องใช้เงินจำนวน 5,943 ล้านบาท   (บริษัทมีเงิน  24,346.9 บาท ยังไม่หักเงินลงทุน และ ชำระดอกเงินกู้) ผมคิดว่าโอกาสเป็นไปได้อยู่มากครับ ซึ่งหากซื้อที่ราคา 57.75  คิดเป็นเงินปันผลทั้งปีจะได้ Yield% เท่ากับ 7.27%  (ก็ดูน่าสนใจนะครับ)  แต่สำหรับคนที่ติดหุ้น 80 บาท  จะได้  Yield% เท่ากับ 5.25%  และ คนที่ติดหุ้น 90 บาทจะได้ Yield% เท่ากับ  4.6% 

 ผมลองปรับอัตราการจ่ายลงมที่สัก 110% แทน เงินปันผลจะอยู่ที่ 3.3 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากซื้อที่ราคา 57.75  คิดเป็นเงินปันผลทั้งปีจะได้ Yield% เท่ากับ 5.7%    แต่สำหรับคนที่ติดหุ้น 80 บาท  จะได้  Yield% เท่ากับ 4.1%  และ คนที่ติดหุ้น 90 บาทจะได้ Yield% เท่ากับ  3.6%

หากท่านมีหุ้นตัวนี้อยู่แล้วติดที่แถว 80 – 90 บาท มีโอกาสได้ปันผลต่อสุดที่ 3.6-4.1%  และสูงสุดที่ 4.6-5.25%  ส่วนราคาจะกลับมาที่ 80-90 บาทได้มั้ยต้องไปเอาใจช่วย DTAC ให้มีกำไรต่อหุ้นขั้นต่ำอย่างน้อย 4.5 บาทต่อหุ้นขึ้นไป ซึ่ง 2 ไตรมาสของปี 2558 ทำได้เพียง 1.55 บาทต่อหุ้นเท่านั้น

หากท่านยังไม่มีหุ้นตัวนี้อยู่อยากได้การรับที่ 57.75 บาท  ปันผลขั้นต่ำที่  5.7%  และ สูงสุดที่ 7.27% ก็ถือว่าน่าสนใจครับแต่ก็ต้องออกแรงลุ้นเหมือนคนที่ติด 80-90 บาทเหมือนกัน ถ้าให้ดีรอที่ 50 บาทผมว่าน่าสนใจสุดๆ เปิด MOS% ปลอดภัยได้ถึง 20% และมีโอกาสได้ Yield ต่ำสุดที่ 6.6% และ สูงสุดอยู่ที่ 8.4%

 

อยากเรียนลัด หาหุ้นที่ดี ซื้อเข้ามี  Margin Of Safty รู้พื้นฐาน รู้ราคาที่เหมาะสม มาเรียนด้วยกันครับ 17 ตุลาคม  2558 นี้ คลิกดูหลักสูตรอบรมหุ้นปันผล

หากคิดว่ามีประโยชน์ช่วยแแชร์ให้กับคนที่ถือหุ้น DTAC และ คิดว่ากำลังจะลงทุนกับหุ้น DTAC ด้วยนะครับ สอบถามได้ทาง ช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลยครับ