BTS (บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย) ประกาศงบงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ผมเจอบรรทัดหนึ่งในงบการเงินเขียนเกี่ยวกับเรื่อง กำไรจากการแลกหุ้น จำนวนถึง 3,458.51 ล้านบาท คิดเป็น 68% ของรายได้ทั้งหมด หากตัดรายการนี้ออก รายได้รวมของ BTS ลดลงถึง -21.2% เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมาหรือยังครับ

Screen Shot 2558-10-05 at 12.24.30 PM

 

ภาพจากไฟล์เอกสารที่ BTS ประกาศทาง set.or.th ในข้อมูลงบการเงินมีรายการกำไรจากการแลกหุ้น 3,458.51 ล้านบาทคิดเป็น 68% ของรายได้รวมทั้งหมด

เงินจำนวนนี้มาจากไหน

เงินก้อนนี้มาจาก การขายเงินลงทุนในบริษัท บีทีเอส แอสเสทส์ จำกัด (“BTSA”) และบริษัท ก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (“ก้ามกุ้ง”) ให้กับ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) (“ยูซิตี้”) U (เดิมชื่อ “บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน)” NPARK)

“เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 บริษัทฯได้โอนหุ้นสามัญของ BTSA และก้ามกุ้ง ให้แก่ยูซิตี้เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯได้รับค่าตอบแทนเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของยูซิตี้จำนวน 200,086,877,212 หุ้น (คิดเป็นการถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 35.64 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของยูซิตี้) และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของยูซิตี้ รุ่นที่ 2 ที่ออกใหม่ จำนวน 100,043,438,606 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่า (ใบสำคัญแสดงสิทธินี้มีอัตราการใช้สิทธิที่ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นสามัญของยูซิตี้ ในราคาการใช้สิทธิที่ 0.047 บาทต่อหุ้น โดยใบสำคัญแสดงสิทธินี้ไม่ได้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและไม่สามารถซื้อขายผ่านกระดานซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)”

เพื่อความเหมาะสมในการสะท้อนมูลค่าของเงินลงทุนในยูซิตี้ บริษัทฯรับรู้เงินลงทุนในยูซิตี้เป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วมด้วยมูลค่ายุติธรรมของหุ้นสามัญของยูซิตี้ ณ วันที่ 20 เมษายน 2558 ซึ่งคำนวณขึ้นจากรายงานการประเมินมูลค่าหุ้นของยูซิตี้ โดยผู้ประเมิณราคาอิสระ ในราคา 9,468.8 ล้านบาทและได้ตัดรายการเงินลงทุนใน BTSA และก้ามกุ้ง ณ วันที่ 20 เมษายน 2558 ออกจากงบการเงินเฉพาะกิจการ และตัดรายการมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ BTSA และก้ามกุ้ง ณ วันที่ 20 เมษายน 2558 ออกจากงบการเงินรวม บริษัทฯบันทึกกำไรจากการแลกหุ้นในงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2558 โดยมีรายละเอียดดังนี้

Screen Shot 2558-10-05 at 1.37.51 PM

 

 

จากภาพด้านบนสังเกตุจะเห็นว่า BTS ได้ หุ้น U มามีมูลค่ายุติธรรมที่ 9,468.845 ล้านบาท ตัดที่ตัวเองขายออกไป 4,095.151 ล้านบาท และ หักกำไรจากการแลกหุ้นที่รอตัดบัญชี (กำไรจากการแลกหุ้นถูกตัดรายการร้อยละ 35.64 ตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯในยูซิตี้) สุดท้ายเหลือ 3458.510 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้ไม่ถือเป็นเงินสดเป็นเพียงมูลค่ายุติธรรมที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ถ้าตัดมูลค่านี้ออก BTS จะเหลือกำไรเท่าไหร่แน่

หลังหักรายการกำไรจากการแลกหุ้นออกไปแล้วบริษัทจะมีกำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่  664.771 ล้านบาท และหลังหักภาษีเฉลี่ยประมาณ 17.71% (อ้างอิงจากงวด 30 มิถุนายน 2557)  จะเหลือกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท  477.59 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นแค่ 0.04 บาทต่อหุ้น ซึ่งเท่ากับกำไรลดลงถึง  -26.55% 

 

ดีที่มีเงินปันผล

BTS จ่ายเงินปันผลประมาณ 6% ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้สูงเนื่องจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดของ BTS นั้นมีอยู่ประมาณ  15,000 ล้านบาท หากจ่ายปันผล 0.6 บาทต่อหุ้นใช้เงินประมาณ 7,096 ล้านบาท ต้นปีจ่ายไปแล้ว 0.3 บาทต่อหุ้น ผมคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะจ่ายอีก 0.3 หรือมากกว่าในช่วงมกราคมปี 2559 แต่อย่างที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตุไว้ว่า กำไรในปี 2558 นั้นมีกำไรพิเศษเข้ามา ส่วนปี 2559 หากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นตัวเลขกำไรก็อาจหดลงที่ P/E 30 เท่าสำหรับ BTS ในเวลานี้คิดว่าแพงเกินไปถ้าหากเทียบกับหุ้นตัวอื่นในตลาดที่น่าสนใจมากกว่า

 

ถือหุ้น BTS อยู่ทำไง

 

Screen Shot 2558-10-05 at 2.04.23 PM

 

 

รายได้หลักของ BTS ตอนนี้มีอยู่ 2 อย่างคือ รายได้ค่าโฆษณา และ รายได้จากการให้บริการเดินรถ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้หนักที่สุดคือ รายได้ค่าโฆษณาที่มีสัดส่วนเดิมในปี 2557 ถึง 44.56% ของรายได้รวมทั้งหมดและกลายเป็นว่าในปี 2558 รายได้ส่วนนี้ลดลงถึง 31.63%  ถึงแม้รายได้จากการเดินรถจะเพิ่มขึ้นก็ไม่สามารถทดแทนรายได้ที่หายไปจากค่าโฆษณาได้ทำให้รายได้รวมลดลงถึง -13.12% หากท่านมีหุ้นอยู่สิ่งหนึ่งที่ต้องลุ้นคือ รายได้ค่าโฆษณากลับมา หรือ รายได้จากทางอื่นซึ่งผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมาได้จากทางไหนและรับรู้รายได้กำไรในช่วงเวลาใด  แต่ก็มีเค้าโครงที่พอคาดเดาได้ว่าอาจมาจากอสังหาริมทรัพย์ที่ทาง BTS ได้เข้าไปซื้อในหุ้น U และการลงทุนร่วมกับ SIRI ล่าสุดในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการจัดตั้งบริษัทย่อยชื่อว่า บริษัท ยูนิคอร์น เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สัดส่วนของรายได้จากโฆษณาที่ลดลงสาเหตุใหญ่เลยมาจาก มูลค่าการใช้จ่ายโฆษณาของอุตสาหกรรมรวมลดลงเฉลี่ย 5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรดลดลงแต่ โฆษณาในบีทีเอส และ สื่อโฆษณาในสำนักงานยังดีต่อเนื่อง

หากท่านถือหุ้นตัวนี้อยู่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ สภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลโดยตรงกับอุตสาหกรรมโฆษณาในประเทศ ซึ่งหากคำนวณตามตาม P/E valuation ที่ P/E 30 เท่า แล้วผมคิดกำไรที่ตัดการแลกหุ้นออกไป กำไรต่อหุ้นที่น่าจะเป็นไปได้คือ 0.2 – 0.25  บาทต่อหุ้น ราคาน่าจะเป็นไปได้คือที่ 6  – 7.5 บาท  ซึ่งหากกำไรต่อหุ้นผิดจากที่ผมประเมินไปอีก หรือ มีเหตุการณ์ที่ BTS ไม่ได้งานอื่นๆเพิ่มเติมเข้ามาในพอร์ตตัวเลขอาจจะยิ่งน้อยกว่าที่ประเมินก็เป็นไปได้

 

Screen Shot 2558-10-05 at 2.27.21 PM

 

แวะไปดู IAA CONSENSUS ที่ Settrade.com กำไรต่อหุ้นที่ประเมินไว้ในปี 2016 จะเห็นว่า ASP ให้ไว้ 0.23   SCBS ให้ไว้ 0.25 ส่วน DBSV ให้ไว้ 0.40 และมองว่าจะลดลง ที่ผมประเมิน 0.2-0.25 ก็พอมีความเป็นไปได้อยู่ส่วนราคาเป้าในภาพนี้นั้นขึ้นอยู่กับวิธีการคำนวณของ Broker นั้นๆ

 

ถ้าเป็นผมมีหุ้นนี้ถืออยู่ผมจะพิจารณาดังนี้

1. ค่าโฆษณาจะกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่
2. รถไฟฟ้าสายอื่นๆ ในอนาคต BTS จะได้เข้าไปบริหารหรือไม่
3. การลงทุนกับ U และ SIRI จะทำให้เกิดกำไรได้มากน้อยเพียงใดกับการทำอสังหาริมทรัพย์

หากปิดความเสี่ยง 3 ข้อนี้ไม่ได้ผมจะขายหุ้นนี้ทิ้ง และ ถ้ายังไม่มีหุ้นตัวนี้จะรอจนราคาต่ำกว่า Fair Value ก่อนค่อยพิจารณาอีกที ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุนครับ

*** สนใจเรียนลัดหลักสูตร ช้อนหุ้นเด็ด เน้นวิถีลงทุนอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 37
17 ตุลาคม นี้ ลงทะเบียนด่วน รับ 20 คนเท่านั้น ****

 

 

 

พรพรหม ภักตร์เปี่ยม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ หุ้นปันผล Value Investor ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการออม การลงทุน หุ้น LTF RMF ทึ่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสมรรถนะ ตัวชี้วัดและ โปรแกรมเมอร์ PHP MYSQL JAVA iOS