มนุษย์เงินเดือน สตาร์ท เงิน ออม พร้อมลุยหุ้น EP1

มนุษย์เงินเดือน สตาร์ท เงิน ออม พร้อมลุยหุ้น EP1

“Smart financial plan for Salaryman Ep.1 “

“เงิน ออม มนุษย์เงินเดือน ควรเริ่มวางแผนจากสิ่งที่เราต้องการก่อน”

” เราอยากเลิกทำงานตอนอายุ 50  ”
” เราอยากลงทุนได้เงินปันผลเดือนละ 50,000 บาท ”
” เราอยากเกษียณอายุที่ 60 ปี เหลือเงิน 50 ล้าน ”
” เราอยากมีอพาร์ทเม้นต์ให้เช่า มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน ”
” ทำยังไงจะได้ freedom ทางการเงิน ”

จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นของความต้องการ หรือเรียกง่ายๆว่า ฝันของเรา จะเล็กจะใหญ่ ไม่เป็นไร ให้ลองฝันดู แล้วเขียนออกมา ผมยังเชื่อในพลังของการสร้างจุดมุ่งหมาย และหลายๆครั้ง การเริ่มต้นทำ สำหรับตัวผมเองเริ่มต้นที่การหาจุดมุ่งหมายก่อนเสมอ เสร็จแล้ววิธีการจะตามมาเพื่อตอบสนองจุดมุ่งหมายของเรา

ผมอยากยกตัวอย่างจุดมุ่งหมายของใครหลายคน เช่นต้องการเกษียณตัวเองที่อายุ 50 ปี มีเงินใช้เดือนละ 40,000 บาท ต่อจากนั้น จนอายุ 80 ปี คำนวณโดยไม่นับเงินเฟ้อ ต้องมีเงิน ณ เวลานั้น 14.4 ล้านบาท ( จำไว้ว่าจุดมุ่งหมาย ยิ่งกำหนดละเอียด เรายิ่งสามารถทำสิ่งที่เราคาดหวังให้ใกล้ความจริงนะครับ)

หรือ อีกตัวอย่างนึง คือ อยากมีหุ้นที่ให้เงินปันผล เพื่อให้มีเงินใช้ เดือนละ 40,000 บาทไปตลอดชีวิต ถ้ากำหนดผลตอบแทนทั่วๆไปของรายได้ก็คือ ปกติบริษัทที่เราไปลงทุนจะจ่ายเงินปันผล ปีละกี่ครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายการจ่ายของแต่ละบริษัท เอาเป็นว่า ยกตัวอย่างว่าเราอยากได้ เงินปันผลต่อปีคือ 40,000 x 12 = 480,000 บาท ต่อปี ถ้าเราลงทุนใน

ต้องมี  เงิน ออม เท่าไหร่

บริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 4% เราต้องมี เงิน ออม ไปซื้อหุ้นตัวนี้ที่ 12 ล้านบาท
บริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 5% เราต้องมี เงิน ออม ไปซื้อหุ้นตัวนี้ที่ 9.6 ล้านบาท
บริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 6% เราต้องมี เงิน ออม ไปซื้อหุ้นตัวนี้ที่ 8  ล้านบาท
บริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 8% เราต้องมี เงิน ออม ไปซื้อหุ้นตัวนี้ที่ 6 ล้านบาท
บริษัทที่จ่ายเงินปันผลปีละ 10% เราต้องมี เงิน ออม ไปซื้อหุ้นตัวนี้ที่ 4.8 ล้านบาท

จากข้อมูลขั้นต้นเราสามารถจะคาดประเมินแนวทางการลงทุนเพื่อให้ทราบถึงจำนวนเงินต้นที่มีความจำเป็นในใช้สร้างความฝันตามจุดมุ่งหมายของเรานะครับ เห็นมั้ยครับว่าการตั้งเป้าหมายที่ต่างกันทำให้เราใช้เงินต้นที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แบบแรกใช้เงินถึง 14.4 ล้าน และหยุดตอนอายุ 50 ปี แต่แบบหลัง ถ้าคุณมีระบบการตั้งเป้าหมายแบบนี้ และระบบคุณทำงานได้สมำ่เสมอทุกๆปี แปลว่าคุณสามารถหยุดทำงานได้ทันที ที่ระบบนี้ ทำงานได้ตามเป้าหมาย

และจากตารางด้านบน ผมเชื่อว่าเรามีแนวทางที่จะทำให้เราพอทราบถึงจุดมุ่งหมายของเรา ก่อนแล้วค่อยๆติดตามว่า ผมจะให้แนวทางง่ายๆสำหรับทุกท่านในการนำทางคุณเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ แบบเสี่ยงตำ่ จนถึงเสี่ยงสูง ตามระดับความรู้ของแต่ละคน

เชื่อผมเถอะครับ ระดับความเสี่ยงสูงสุดในทุกๆสิ่ง คือ การไม่รู้ และความเสี่ยงตำ่สุดเมื่อเราเรียนรู้แบบไม่สิ้นสุดครับ พบกับผมต่อไปใน smart financial plan episode 2