ภาพฐานกำไรตั้งแต่ปี 2544 คำว่า “โตต่อเนื่อง” ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงสำหรับ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP โดยเฉพาะในช่วงปี 2562 ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวม จะไม่เอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อมากเท่าไหร่นัก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ TCAP ยังสามารถทำกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 3 นี้ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ เท่ากับ 2,472 ล้านบาท หรือ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 30.17%QoQ และ 32.19%YoY ซึ่งถือเป็นกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานปกติสูงที่สุดเป็นประวัติการอีกด้วย อันเป็นผลมาจากความสาเร็จในการดําเนินกลยุทธ์ของธนาคารธนชาต โดยยึดลูกค้าเป็น ศูนย์กลาง (Customer Centric) ที่มุ่งเน้นในการเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) ทำให้
ธนาคารธนชาต มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

TCAP เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ธุรกิจทางการเงิน และ ธุรกิจสนับสนุน โดยสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทมาจาก ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกัน ธุรกิจให้เช่าซื้อ และธุรกิจลีส ซึ่งมีบริษัทของ TBANK ที่นักลงทุนคุ้นกันเป็นอย่างดีอย่างเช่น ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (TBANK) และ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (THANI) 

TBANK เคยผ่านการรวมกิจการมาแล้ว เมื่อสมัยปี 2553 เป็นผู้ชนะการประมูล ซื้อหุ้น ธนาคารนครหลวงไทย และได้เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธนาคาร จนกระทั่งปัจจุบันดีลครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งจากข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีของกลุ่มธนาคาร เมื่อกลุ่มธนชาต และ TMB ตัดสินใจรวมกิจการกันระหว่าง ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TBANK กับ ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB โดย TCAP ขายหุ้น TBANK ที่ถืออยู่ทั้งหมด 50.96% ให้กับ TMB และ ซื้อหุ้นเพิ่มทุน TMB แทนเพื่อถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 20% เป็นการเพิ่มขีดความสามารถและเสริมศักยภาพของธนาคารภายหลังรวมกิจการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

สัดส่วนการให้สินเชื่อ (ร้อยละ)

จากกราฟแท่งข้างต้นจะเห็นว่า รวมเงินให้สินเชื่อมีการเติบโตทุกไตรมาส ซึ่งเป็นผลมาจากความเชี่ยวชาญการให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่ TBANK เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดนี้มายาวนาน 

ในขณะที่ NPL Ratio ของ บริษัทสามารถรักษาไว้อยู่ในระดับต่ำมายาวนานหลายไตรมาสติดต่อกัน และ มีอัตราส่วนสำรองต่อสำรองตามเกณฑ์ธปท.สูงถึง 138.86%ในไตรมาสที่ 3 ปี 2562 ถึงแม้จะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจที่อ่อนไหวก็ตาม

อย่างที่นักลงทุนหลายท่านทราบต้นทุนดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยหลักในการบริหารจัดการและกำหนดนโยบายต่างๆเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้า หากมีต้นทุนที่ดีแล้วจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น TMB เองก็มีจุดเด่นในการระดมเงินฝาก  เน้นกลยทุธ์ใช้เงินฝากเป็นตัวนำ ส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสนี้ TMB ยังมีแนวโน้มเงินฝากขยายเติบโตต่อเนื่องหนุนโดย เงินฝาก TMB All Free (+5.1%YTD),MESave(+3.0%YTD)และเงินฝาก No-Fixed (+2.6%YTD) โดยเมื่อเร็วๆนี้ TMB เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ featureใหม่ของ TMB All Free ชื่อว่า “PAY WITH WOW”เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของธนาคารในการเป็นผู้นำตลาดด้านธุรกรรมทางการเงิน ด้วยความเก่งของทั้ง 2 ธนาคารที่มารวมกันจะทำให้ธนาคารใหม่มีต้นทุนการทำธุรกิจที่ต่ำลง

หลังจากการรวมกิจการครั้งนี้ TCAP จะมีสภาพคล่องเป็นเงินสดไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท บริษัทจะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท (ราคาปิด ณ วันที่ 25/10/2562 เท่ากับ 52.50 จะได้ประมาณ 95 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.15% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว) นอกจากนั้นยังจ่ายปันผลพิเศษอีกในอัตรา 4 บาทต่อหุ้น (ที่ราคา 52.5 คิดเป็น YIELD ได้มากกว่า 7% ถ้ารวมกับที่จ่ายปกติน่าจะได้ถึง 13%  (!ข้อควรระวังปันผลพิเศษอาจไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต) ให้แก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย ภายหลังการรวมกิจการแล้วเสร็จ TCAP จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ธนาคารใหม่ (ทหารไทยธนชาต) ไม่ต่ำกว่า 20% โดยปัจจุบัน TMB มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 อันดับแรกคือ กระทรวงการคลัง 25.92% และ ING BANK N.V. 25.02%

โดย TMB ในไตรมาส 3 นี้จะเห็นว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ (PPOP) อยู่ที่ 5,984 ล้านบาทในไตรมาส 3/2562 เพิ่มขึ้น 26.8% QoQ แต่ลดลง 63.5%YoY สาเหตุที่กำไรลดลงเกิดจากปีก่อนหน้ามีการรรับรู้กำไรจากการขายหุ้น บลจ. ทหารไทย แต่ถ้าหากไม่นับรวมกำไรพิเศษในปีก่อนหน้า ไตรมาส 3 ปี 2562 นี้ TMB มีกำไรก่อนหักสำรองฯ เพิ่มขึ้นมากถึง 31.5%YoY  ซึ่งหลังจากการรวมกิจการระหว่าง TMB และ TBANK สิ้นสุดลงจะส่งผลให้ขนาดของกิจการจะมีขนาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

 

ภาพการจ่ายเงินปันผล 10 ปีย้อนหลัง ของ TCAP (ครึ่งปีหลังใช้สมมุติฐานเท่าปีก่อน)

มองในมุมปันผล YIELD เฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาของ TCAP จะอยู่ที่ประมาณ 4.5% จากราคาหุ้น ช่วงเวลานั้นๆ ลองคำนวณคร่าวๆ ถ้าหากเราอยากได้ YIELD สัก 5% ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านมา นับเฉพาะปันผลปกติช่วงครึ่งปีแรกจ่ายแล้ว 1.2 บาทต่อหุ้น บวกกับครึ่งปีหลังของปีก่อนหน้าที่ 1.6 บาทต่อหุ้น (สมมุติฐานว่ากำไรครึ่งปีหลังไม่ต่างจากเดิมซึ่งในไตรมาส 3 ตัวเลขกำไรที่ออกมาก็พอจะคาดได้ว่า ครึ่งปีหลังกำไรอย่างแย่สุดน่าจะเท่าเดิมหรือมากกว่านิดหน่อย ) จะได้ปันผลคาดการณ์รวม 2.8 บาทต่อหุ้น เมื่อคำนวณจากราคาปิด ณ วันที่ 25/10/2562 เท่ากับ 52.50 จะได้ YIELD ประมาณ 5.3% มากกว่า YIELD เฉลี่ยอยู่ประมาณ 0.8%  โดยตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงการคาดการณ์บนสมมุติฐานข้างต้น และ ยังไม่รวมผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นหลังจากการรวมกิจการแล้ว

ส่งผลให้ TCAP ยังคงมีแนวโน้มผลประกอบการ และปันผลที่ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ซึ่งภาพหลังการรวมธนาคารแล้วเสร็จ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน และ ตอบโจทย์ใหักับลูกค้ามากยิ่งขึ้นโดย TCAP ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จะสามารถรับรู้ประโยชน์จากการรวมกิจการนี้ได้อย่างเต็มที่ซึ่งส่งผลให้ TCAP ยังคงมีแนวโน้มผลประกอบการ และปันผลที่ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต

Related Articles

DIF : 10 เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนลงทุน

สำหรับท่านที่ไม่เคยลงทุนหุ้น 1. DIF ลงทุนอะไร เสาโทรคมนาคม 15271 เสา ใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์ระบบสื่อสัญญาณ 2576873 คอร์กิโลเมตร ระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด 1.2 ล้านพอร์ต ครอบคลุม 198085 คอร์กิโลเมตร 2. ซื้อขาด หรือ เช่า มีทั้ง 2 แบบ...

หลุมหลบภัยในช่วงตลาด Panic : เคล็ดลับเลือกหุ้นปันผลสูง

ช่วงที่การลงทุนในตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ทางเลือกที่หลายท่านแนะนำ คือ การลงทุนใน “หุ้นปันผลสูง” ที่เปรียบเสมือน “ห่านทองคำ” ซึ่งสามารถ “ชนะเงินฝาก แซงเงินเฟ้อ” ได้ เพื่อให้เราลงทุนอย่างปลอดภัย ไม่ติดกับดักปันผล ทางทีมงานหุ้นปันผลเลยอยากแชร์เคล็ดลับการเฟ้นหาหุ้นห่านทองคำ มาไว้ให้ได้อ่านกันครับ

SKE IPO นี้พี่ขอ ปตทไปไหน SKE ไปด้วย

การขยายตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ทำให้ภาคการขนส่งเติบโตเป็นอย่างมาก และ มีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น พลังงาน NGV จึงถือว่าเป็นอีกพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังการจำหน่ายก๊าซ NGV ของ PTT มีบริษัทหนึ่งคอยให้การสนับสนุน และ พร้อมจะเติบโตไปพร้อกันก็คือ บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE IPO น้องใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

พรพรหม ภักตร์เปี่ยม

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ หุ้นปันผล Value Investor ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านการออม การลงทุน หุ้น LTF RMF ทึ่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การพัฒนาสมรรถนะ ตัวชี้วัดและ โปรแกรมเมอร์ PHP MYSQL JAVA iOS