บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดกลยุทธ์ปี 60  ตั้งเป้าเป็นบลจ.ที่ 1 ในใจลูกค้า

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดกลยุทธ์ปี 60 ตั้งเป้าเป็นบลจ.ที่ 1 ในใจลูกค้า

เฟ้นกองทุนตอบโจทย์ บริหารเพื่อความเป็นเลิศ เอาชนะการลงทุนผันผวน

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยถึงแผนงานในปี 2560 ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายคือการเป็นบลจ.ที่ 1 ในใจลูกค้า หรือ The Most Admired Asset Management ซึ่งสอดคล้องและเป็นทิศทางเดียวกันกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่วางเป้าหมายในการเป็นธนาคารแห่งอนาคตที่ลูกค้าชื่นชมและยอมรับ รวมทั้งนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายพร้อมการบริการที่เหมาะสมกับลูกค้า

นายสมิทธ์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาบลจ.ไทยพาณิชย์ ได้ตั้งเป้าหมายในการผลักดันผลการดำเนินงานกองทุนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จ มีกองทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในหลายสินทรัพย์ โดยข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2559อาทิ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุน Mid/Small Cap หรือ SCBMSE ที่ลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีผลตอบแทนในปี 2559 อยู่ที่ 33.74% เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมกองทุนประเภท Equity Small-Mid Cap ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ หรือ SCBSE ที่เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีความสามารถที่จะเติบโตได้ดีกว่าตลาด และมีผลการดำเนินงานในปี 2559  อยู่ที่ 23.88% ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 19.79% รวมทั้งยังได้นำเสนอกองทุนกลุ่ม Income ที่เหมาะสมกับสภาวะตลาด คือกองทุน SCBPLUS และกองทุน SCBGPLUS ที่เน้นผสมสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก  สามารถสร้างรายได้ระหว่างทางซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่ต้องการของนักลงทุน โดยสิ้นปี 2559 มีเงินไหลเข้ากองทุนประเภทนี้กว่า 46,800 ล้านบาท

สำหรับแผนงานในปีนี้ นอกจากจะมุ่งขยายฐานไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ  โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Age ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่แล้ว ยังต้องการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่ Active มากขึ้นด้วยเพราะพอร์ตการลงทุนที่ไม่เคลื่อนไหวอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาด รวมทั้งยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้ออกกองทุนกลุ่ม Income ไปแล้วคือ กองทุน SCBGIN และ กองทุน SCBMPLUS

นอกจากนี้ในส่วนของการพัฒนาบุคลากร ทั้งความชำนาญของผู้จัดการกองทุนที่ต้องมีการจัดการลงทุนอย่างรอบคอบ รวมทั้งคุณภาพพนักงานขาย โดยเน้นการสร้างความรู้ให้กับทีมขายของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งบลจ.ไทยพาณิชย์ได้พัฒนาศักยภาพของทีมขายด้วยการเดินสายให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ วิธีการเสนอขายอย่างถูกต้อง รวมทั้งเทคนิคการปรับพอร์ต ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมขายมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการดูแลพอร์ตของลูกค้า และสามารถให้คำแนะนำในการกระจาย

การลงทุนในลักษณะ Asset Allocation ให้ลูกค้าได้อย่างผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพ ขณะเดียวกันบลจ.ไทยพาณิชย์ ก็ได้นำระบบ Call-back verification มาใช้ควบคุมกระบวนการการเสนอขายให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายและป้องกันการเกิด mis-selling

“การฝึกอบรมพนักงานมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง   ขณะเดียวกันบลจ.ไทยพาณิชย์ ก็ปรับผลิตภัณฑ์ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม และภาวะตลาดการเงินปีนี้ด้วย เพราะขณะนี้ผลตอบแทนดอกเบี้ยเงินฝากไม่เพียงพอ ทำให้ลูกค้าต้องการทางเลือกอื่นๆเพิ่มขึ้น การให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนโดยบุคลากรที่มีใบอนุญาตและความรู้ความเชี่ยวชาญ จะก่อให้เกิดประโยชน์และเป็นผลดีกับลูกค้าในที่สุด” นายสมิทธ์กล่าวย้ำ

สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการให้ลูกค้าได้รับความสะดวกรวดเร็ว ทั้งการซื้อ ขาย สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน อาทิ Mobile Banking ผ่าน SCB Easy ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ได้วางรากฐานการพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนลูกค้าด้านการลงทุนเป็นอย่างดี  นอกจากนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ยังคงเน้นการให้ความรู้ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างสม่ำเสมอโดยการจัดสัมมนา เพื่อให้ข้อมูลที่ทันกับสถานการณ์การลงทุนที่ผันผวนรวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนที่มีนโยบายซับซ้อนเพื่อช่วยลูกค้าในการตัดสินใจและสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปต่อยอดการลงทุนของตนเองได้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ในปี 2559 บลจ.ไทยพาณิชย์ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) รวม 1,307,408 ล้านบาท ยังคงเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรม ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 20.52% เติบโตจากปี 2558 คิดเป็นอัตรา 12% ที่มี AUM รวม  1,163,079 ล้านบาท  กองทุนของบลจ.ไทยพาณิชย์ มีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) โดยมี AUM ณ สิ้นปี 2559 สูงถึง 325,122 ล้านบาท เติบโต 33% จากสิ้นปี 2558 ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 43.60% และยังครองอันดับ 1 อย่างต่อเนื่องจากปี 2557

สำหรับธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) มี AUM ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 120,111 ล้านบาท เติบโต 2% จากปี 2558 และธุรกิจกองทุนรวม (Mutual Fund)  มี AUM ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 862,174 ล้านบาท ซึ่งรวมกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure Fund มูลค่ารวม 84,325 ล้านบาท และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 56,407 ล้านบาท (ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน)

Warning: file_exists(): open_basedir restriction in effect. File(/home/panphol/domains/panphol.com/public_html/wp-content/uploads/et_temp/Q4_2557_201502191-143857_1080x675.jpg) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/panphol.com/:/tmp/) in /var/www/vhosts/panphol.com/httpdocs/wp-content/themes/Divi/epanel/custom_functions.php on line 1010 oppday รอบ ไตรมาส4 / 2558

oppday รอบ ไตรมาส4 / 2558

ตาราง oppday รอบ ไตรมาส 4 ปี 2558  มีหุ้นที่น่าติดตาม จับตามองเทรนด์ปี 2558  โอกาสทำการเจอก่อนมีสิทธิ์กำไรก่อน

(เพิ่มเติม…)

หุ้น BGH ปันผลปี 2556 2บาท เพิ่มทุน กู้เงิน แตกพาร์ 0.1

หุ้น BGH ปันผลปี 2556 2บาท เพิ่มทุน กู้เงิน แตกพาร์ 0.1

BGH ปันผลงวดการดำเนินงานปี 2556 จำนวน 2 บาท โดยกำหนดสิทธิ์ที่ไม่ได้รับเงินปันผล XD วันที่ 25 มี.ค. 2557 และ มีกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 02 พ.ค. 2557 นับเป็นการจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วจำนวน 1.8 บาท ถึง 11%  เป็นการจ่ายจาก งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 และกำไรสะสม ซึ่งเป็นเงินสดที่บริษัทมีอยู่ในงบดุล
ประเด็นที่สำคัญต่อมาคือ การเพิ่มทุน และ การแตกพาร์ของบริษัทจาก พาร์ 1 บาท เหลือ 0.1 บาท จะทำให้เกิดอะไรขึ้น
(เพิ่มเติม…)

KFSDIV จ่ายปันผล 0.50 XD 13 ส.ค. 56

KFSDIV จ่ายปันผล 0.50 XD 13 ส.ค. 56

Screen Shot 2556-08-13 at 16.21.10

การจ่ายเงินปันผลของกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV)
08/08/2556

กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) จะจ่ายเงินปันผลสำหรับรอบบัญชี 1 เมษายน 2556 ถึง 28 มิถุนายน 2556 ซึ่งกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2556 โดยจะจ่ายเงินปันผลประมาณ 0.50 บาทต่อหน่วยในวันที่ 22 สิงหาคม 2556

จากข้อความนี้หลายท่านอาจจะคิดว่า KFSDIV ปันผล 0.50 บาท แต่อยากให้ลองล๊อคอินเข้าไปดูในระบบ ดังรูปตัวอย่างที่ผมนำมาให้ดูเป็นการลงทุนในพอร์ตของผมเองจะเห็นว่า ประวัติการจ่ายปันผล จริงๆแล้วจ่ายแค่เพียง 0.25 บาทเท่านั้น

ขอแก้ไขเพิ่มเติมครับ ได้รับเมลยืนยันจากทางกรุงศรีแล้วว่าจ่าย 0.50 บาทตามที่แจ้งไว้นะครับ โดยมีข้อความที่ส่งถึงผมตามด้านล่างนี้
(เพิ่มเติม…)

KFSDIV ปันผล 19 เม.ย. 56 1บาท

KFSDIV ปันผล 19 เม.ย. 56 1บาท

รอบนี้ KFSDIV ปันผล 1 บาท ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 แล้วนับตั้งแต่ช่วงปี 2555 เป็นต้นมา โดยสถิติแล้วการจ่ายที่ราคา 0.50 บาทต่อหน่วย จะเป็นอัตราที่ปกติ แต่เมื่อนับย้อนกลับไปสองครั้งที่ผ่านมาจ่าย 1 บาท 0.75 บาท และรอบนี้กลับมาจ่าย 1 บาทอีกครั้ง

และที่น่าสังเกตุก็คือ การจ่ายปกติจะประกาศในช่วง พฤษภาคม ของทุกปี แต่รอบนี้ประกาศเร็วขึ้นคือ XD วันที่ 19 เมษายน 2556 จ่ายวันที่ 30 เมษายน 2556 ส่วนท่านที่จะซื้อกองทุนนี้จะเปิดให้ทำการซื้อขายหลังวัน XD วันแรกคือวันที่ 22 เมษายน 2556

Screen Shot 2556-04-17 at 22.20.00

ผมเองได้เงินปันผลมาหลายจำนวนแล้วเหมือนกันสำหรับกองทุนนี้ โดยปกติจะปันผลปีละ 4 ครั้ง ดีใจกับท่านผู้ถือหน่วยลงทุนทุกท่านด้วยครับ

EGCO ปันผลงครึ่งหลังปี 55 อัตรา 3.25 บาท/หุ้น จ่าย 3 พ.ค

บมจ.ผลิตไฟฟ้า(EGCO)เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 56 ให้จ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงาน 6 เดือนหลังของปี 55 ในอัตราหุ้นละ 3.25 บาท

แบ่งเป็นเงินปันผล 1.37 บาท/หุ้น จ่ายจากกำไรสุทธิที่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 30 ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาสามารถนำไปเครดิตภาษีคืนได้ เงินปันผลจำนวน 0.21 บาทต่อหุ้นจ่ายจากกำไรสุทธิที่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 23 ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาสามารถนำไปเครดิตภาษีคืนได้ และเงินปันผลจำนวน 1.67 บาทต่อหุ้นจ่ายจากกำไรสุทธิที่ไม่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาไม่ได้รับเครดิตในการคำนวณภาษีเงินปันผล

เมื่อรวมการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 55 จำนวนหุ้นละ 2.75 บาท เมื่อวันที่ 21 ก.ย.55 จะเป็นการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานสำหรับงวดบัญชี 1 ม.ค.-31 ธ.ค.55 รวมหุ้นละ 6.00 บาท

กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 56 ในวันที่ 24 เม.ย. กำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อปรากฎในทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อสิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นและรับเงินปันผล(Record Date) 21 มี.ค.และกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 22 มี.ค. โดยจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 3 พ.ค.

Warning: file_exists(): open_basedir restriction in effect. File(/home/panphol/domains/panphol.com/public_html/wp-content/uploads/et_temp/Screen-Shot-2556-03-01-at-14.45.02-87133_1080x675.png) is not within the allowed path(s): (/var/www/vhosts/panphol.com/:/tmp/) in /var/www/vhosts/panphol.com/httpdocs/wp-content/themes/Divi/epanel/custom_functions.php on line 1010 CPN ชนะคดีประกัน เทเวศประกันภัย

CPN ชนะคดีประกัน เทเวศประกันภัย

ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้ CPN ชนะคดี
โดยพิพากษาให้เทเวศประกันภัยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากทรัพย์สินเสียหาย จำนวนเงิน 2,719,734,975.29 บาท (โอ้วแม่เจ้า !!! ) และค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการขาดรายได้ จำนวนเงิน 989,848,850.01 บาท (โอ้วแม่เจ้า มีจ่ายเพิ่มอีก !!! )
พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี (เห็นดอกเบี้ยแล้วไม่อยากคิดเลยว่าจะไปอีกอี่กพันล้าน) นับแต่วันที่ 31 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป ไม่อุทธรณ์ทนไหวมั้ยเนี่ย และถ้าอุธรณ์แล้วยืดไปอีก ดอกทบต้นน่ากลัวมาก ขอให้จบด้วยดีครับ

Screen Shot 2556-03-01 at 14.45.02

CPN ประกาศปันผลปี 2555 0.95 บาทต่อหุ้น

CPN ประกาศปันผล 0.95 บาทต่อหุ้น
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 03 พ.ค. 2556
วันที่จ่ายปันผล : 21 พ.ค. 2556
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2555 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2555

BCH ปันผลปี 2555 หุ้น 4:1 และเงินสดเพิ่ม 0.03

จ่ายแบบนี้ผู้ถือหุ้นรวยไปเลย

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผลและเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 22 ก.พ. 2556
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผลและเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 09 พ.ค. 2556

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั : 10 พ.ค. 2556
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 07 พ.ค. 2556
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายหุ้นปันผล(หุ้นเดิม :หุ้นปันผล) : 4 : 1
อัตราการจ่ายปันผลเป็นหุ้น (บาทต่อหุ้น) : 0.25
อัตราการจ่ายหุ้นปันผล คำนวณจาก :
มูลค่าที่ตราไว้
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.03
อัตราการจ่ายปันผลรวม (บาทต่อหุ้น) : 0.28
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00
วันที่จ่ายปันผล : 23 พ.ค. 2556
จ่ายปันผลจาก : กำไรสะสม

JUBILE คาดปี 56 กำไรเพิ่มขึ้น 22%

JUBILE คาดปี 56 กำไรเพิ่มขึ้น 22%

### JUBILE คาดปี 56 กำไรเพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน ตั้งเป้ายอดขาย 1.5 พันลบ. ###

นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ (JUBILE) เปิดเผยว่า ในปี 56 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ระดับ 1,500 ล้านบาท และมีแผนขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 12 สาขา จาก ปัจจุบันบริษัทฯ มีเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวน 96 สาขา ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าขยับอัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นอีก 22% จากปี 55

โดยปี 56 บริษัทฯจะนำกลยุทธ์ด้าน Customer Relationship Management หรือ CRM เข้ามาช่วยในการสื่อสารกับลูกค้า โดยจะจัดอบรมทีมพนักงานให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชร เพื่อให้คำแนะนำการเลือกซื้อเพชรแก่ลูกค้าอย่างมืออาชีพและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
(เพิ่มเติม…)