มือใหม่เล่นหุ้น ยุคทองของคุณมาถึงแล้ว

มือใหม่เล่นหุ้น ยุคทองของคุณมาถึงแล้ว

ปัจจุบันสถานการณ์ Covid-19 ในไทยดีขึ้นมากแล้วแต่ต่างประเทศยังมีข่าวผู้ติดเชื่อเพิ่มจำนวนมาก จุดเปลี่ยนของเรื่องทั้งหมดคงฝากความหวังไว้ที่ยาต้านไวรัส ในภาวะที่คลุมเคลือแบบนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นปัจจุบันเดาทิศทางได้ยากแต่สำหรับ มือใหม่เล่นหุ้น หรือคนที่เพิ่งเข้ามาแล้ว ถือเป็นโอกาสสำคัญเพราะหากหุ้นลงหนักก็พร้อมที่จะลงทุนได้อย่างเต็มที่ หรือ แม้แต้จะทยอยลงทุนในช่วงเวลาแบบนี้ก็ดีมากเช่นกัน แต่คำว่ามือใหม่อาจจะขาดเรื่องของประสบการณ์ความรู้

วันนี้อย่างน้อยเราต้องมี 6 รู้

1. รู้จักตัวเอง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

การรู้จักตัวเอง สำคัญที่สุดแล้วในการลงทุนเพราะมันถูกควบรวมเอาเรื่องจิตวิทยาการลงทุนไปด้วย อย่างง่ายที่สุดคือ รู้ว่ามีตังหรือไม่มีตัง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มาเบ่งหรืออวดกันว่าใครมีไม่มี แต่ให้ดูว่าตัวเราเองนั้นมีความพร้อมมากแค่ไหนกับการลงทุน ถ้ามีเงินเย็น จะเท่าไหร่ก็ได้ขอให้มีเถอะ ทยอยลงทุนไปก็ได้โดยใช้วิธีที่เรียกว่า DCA ลงทุนทุกเดือนสม่ำเสมอ แล้วเมื่อไหร่จะรวย รวยน่ะรวยแน่แต่มันต้องค่อยเป็นค่อยสะสมประสบการณ์กันไป รีบร้อนมากจะหมดตัวก่อนรวยเอา ถ้าไม่มีเงินเย็น ก็ต้องมาจัดการรายรับรายจ่ายเอาแล้วล่ะเอาให้เหลือเก็บ และ จัดสรรมาลงทุน

2. รู้จักธุรกิจ

พี่พจน์ให้ข้อคิดไว้ง่ายๆว่า อย่างน้อยต้องรู้ว่า ธุรกิจนี้มีโอกาสที่จะเกิดการล้มหายตายจาก หรือ ถูกแทนที่ด้วยนวัติกรรมใหม่จนทำให้บริษัทสูญเสียรายได้อย่างถาวรหรือไม่

สามารถติดตามผ่านโปรแกรม AiO ได้ที่ https://www.panphol.com/aio

3. รู้จังหวะซื้อ จังหวะซื้อนั้น เอาแบบง่ายให้สังเกตุแบบนี้

3.1. ซื้อเมื่อได้ปันผลตาม % ที่ต้องการ (YIELD%) ตามต้องการ แต่อย่าลืมต้องคำนวณก่อนนะว่าจ่ายปันผลได้ตามนั้นหรือเปล่า

ดูตัวอย่าง 10 อันดับ หุ้นปันผลได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=n-2x0cJmQVo

3.2. ซื้อเมื่อราคาต่ำกว่าช่วง กำไรปกติ โดยสมมุติให้ว่ากำไรย้อนหลังสัก 3 ปิปกติกำไรอยู่ประมาณเท่าไหร่ ให้ดูราคา ณ ช่วงนั้น (ระวังเรื่องเพิ่มทุน แตกพาร์ อาจทำให้ผิดพลาดได้) หากต้องการซื้อให้ดูราคาปัจจุบันว่า ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยข่วงนั้นสัก 20% ขึ้นไปหรือไม่ถ้าใช่ก็เริ่มดูน่าสนใจ

4. รู้จังหวะขาย

เรื่องนี้เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์แต่ผมแนะนำว่า เวลาขาย ให้ขายตอนกำไรเอาที่พอใจเพราะอย่างน้อยราคาไปต่อก็ยังสุขๆดิบๆ ดีกว่าทุกข์ตอนราคากลับลงมา หรือ อีกทางหนึ่งขายเมื่อธุรกิจเข้าสู่ยุคที่มีโอกาสล้มหายตายจากไปเหมือนดั่งข้อ 2

5. รู้จักเร่ง

ถึงเวลาเหยียบก็ควรเอาให้มิดเพราะโอกาสไม่ได้มาให้บ่อยนัก อาจต้องมีกู้บ้างก็ลองพิจารณาที่ไม่ทำให้การเงินสะดุด หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ อย่างสหกรณ์ เงินกู้ประกัน หรือ อื่นๆ ที่พอหาได้ใช้ในยามที่ต้องการเร่งให้เต็มที่

6. รู้จักรอ

ถ้าไม่ใช่โอกาสจริงๆ ก็ควรจะรออย่ารีบเพราะสุดท้ายแล้วเร่งไปแหกโค้งบ่อยๆ ถึงไม่ตายก็คงยากที่จะไปต่อ

คุยถึงตรงนี้แล้ว มือใหม่ ที่ต้องการลงทุนก็อย่าลืม 6 รู้นี้ล่ะ รู้จักตัวเอง รู้ธุรกิจ รู้จังหวะซื้อ รู้จังหวะขาย รู้เร่ง รู้รอ


หุ้นเด่นวันนี้ | 10 อันดับหุ้นปันผล ประจำเดือน มิถุนายน 2563

หุ้นเด่นวันนี้ | 10 อันดับหุ้นปันผล ประจำเดือน มิถุนายน 2563

10 อันดับหุ้นปันผล หุ้นเด่นวันนี้ ค้ดเลือกจากบริษัทที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง และ มีอัตราการจ่ายปันผลตอบแทนสูงกว่า 5% ขึ้นไป โดยวิธีการคำนวณ Dividend Valuation Matrix ในการคาดการณ์ ปันผลที่จะได้รับในช่วง 1 ปี 🐯

หุ้นเด่นวันนี้

🦄 DRT : บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/2YxBax1

DRT มีโอกาศได้เห็นปันผล ประมาณ 7% อยู่ในกลุ่มที่ขายวัสดุก่อสร้างที่มีรายได้ และ กำไรค่อนข้างคงที่ อาจไม่ได้เห็นการเติบโตมากนักสำหรับบริษัทนี้ แต่ที่น่าสนใจคือในมุมของเงินปันผล สำหรับกำไรที่ลดลงในรอบ Q1/63 นี้เกิดจากปีก่อนมีกำไรมากจากการขายที่ดิน หากไม่นับรวมกำไรพิเศษนี้กำไรทั้งปียังเพิ่มขึ้นประมาณ 1%

🦄 PDG : บริษัท พรอดดิจิ จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/31kU4ZU


PDG เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทที่ทำมาจากวัตถุดิบประเภท PET ซึ่งปัจจุบันราคาวัตุดิบเหล่านี้อยู่ในช่วงที่ราคาถูก ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ตกต่ำจากสถานการณ์สงครามการค้าและ COVID-19 ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นใดยใน Q1/63 นี้คาดว่าจะจ่ายปันผลได้ถึง 8%

🦄 SENA : บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/3g7Kldg

SENA เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยปกติแล้วหุ้นกลุ่มนี้ผมเองมักไม่ค่อยหยิบนำมาให้ดูสักเท่าไหร่นัก จากความกังวลใจส่วนตัวที่ว่ากำไรอาจจะสวิงได้ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังอ่อนตัว แต่ในรอบ Q1/63 นี้กำไรเพิ่มขึ้นมาถึง 44% และ ปัจจัยที่สำคัญคือ กำไรที่มาจากรายได้ส่วนการให้บริการ ซึ่งแตกต่างจากรายได้จากการขายที่มักจะต้องอาศัยปัจจัยบวกในการสร้างรายได้ ทั้งปีอาจได้เห็นเงินปันผล 9%

🦄 GC : บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/2Adu73e

GC เป็นบริษัท ที่ให้บริการด้านการจัดหาวัตถุดิบประเภท Specialty Polymer , Comodity Polymer รายได้ประมาณ 3,500 ล้านต่อปี กำไรค่อนข้างผันผวนแต่ 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดี แม้จะมีเหตุการณ์สงครามการค้า หรือ ราคาวัตุดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจได้เห็นปันผลประมาณ 9%

🦄 WINNER : บริษัท วินเนอร์กรุ๊ป เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/3i8kbZM

WINNER หนึ่งในบริษัทที่หลายท่านน่าจะเคยเห็นสินค้าของบริษัทนี้กันมาบ้างแล้ว แต่ไม่เคยเฉลียใจว่าตัวนี้ก็อยู่ในตลาดหุ้นด้วยอย่างนั้นหรือ Q1/63 ที่ผ่านมามีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค มีการจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้ผลการดำเนินงานดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา อีกหนึ่งปัจจัยคือ ก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปร่วมทุนกับกิจการผลิตสินค้าด้านคอสเมติก แต่ดันไปเจอผลกระทบจากการกวาดล้างสินค้าปลอมแปลงในช่วงดังกล่าวทำให้ตลาดซบเซาลง ปีนี้ถือว่าจัดการมาได้ดีเลยทีเดียว มีโอกาสได้เห็นปันผลประมาณ 7%


🦄 KIAT : บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/2Vp8y6Z

KIAT เป็นผู้ขนส่งสินค้าประเภทวัตถุอันตราย เวลาขับรถไปตามท้องถนนต้องมีให้เห็นผ่านตากันบ้างล่ะ เพียงแต่ว่าเราเห็นจนชินตาไม่ทันสังเกตุว่า KiAT ถือเป็นอีกบริษัทใหญ่เหมือนกัน รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 950 ล้านบาทต่อปี โดยในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาบริษัทกำไรเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากสามารถจัดการต้นทุนได้ดี จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ถึงแม้รายได้จะลดลงแต่ปีนี้ดูเหมือนจะมีโอกาสจ่ายปันผลได้มากถึง 10% นอกจากนั้นตัวนี้ราคายังจับต้องได้ง่าย 40 สตางค์กว่าๆ เบี้ยน้อยหอยน้อยก็ลองศึกษาตัวนี้เพิ่มเติมดูละกันนะครับ


🦄 HARN : บริษัท หาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/2BHnQx4

HARN ขายอุปกรณ์ดับไฟ อุปกรณ์ทำความเย็น รวมถึงการพิมพ์ภาพต่างๆ และ การขึ้นรูปสามมิติ ปีนี้ดูเหมือนกำไรก็จะทรงๆ แต่ที่น่าสนใจคงเป็นแนวร่วมใหม่ที่มาจากด้านไอที ทำให้บริษัทมีโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ และ ที่สำคัญหลังจากการจัดต่างบริษัทย่อยแล้วสามารถรับรู้รายได้จากฝั่งไอทีได้ทันทีอีกด้วย ปีนี้ดูแล้วใส่ๆ อาจมีปัผลได้มากถึง 8%

🦄 GUNKUL : บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/2Zf7aoO

🦄 FSMART : บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) https://bit.ly/2Zf7cNs

🦄 JASIF : กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน https://bit.ly/2Vml8nt

3 อันดับแรก GUNKUL FSMART JASIF อยากให้เพื่อนดูจากในคลิปเพิ่มเติมรายละเอียดครบถ้วนแล้ว สำหรับในการจัดทำข้อมูลชุดนี้ ใช้สำหรับเพื่อการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นที่น่าสนใจโดยเฉพาะ หุ้นปันผล หวังว่าเพื่อนๆจะขอบนะครับ คิดเห็นอย่างไร อย่าลืมคอมเม้นใน youtube ไว้ด้วยนะครับ ผมจะเข้าไปตอบให้แน่นอน

สามารถติดตามพวกเราได้ที่
🔥 โปรแกรม AiO https://www.panphol.com/aio
🔥 โปรแกรม ข้อมูลแบบดั้งเดิม https://www.panphol.com/data
🔥 Facebook https://www.facebook.com/panphol
🔥 Youtube https://bit.ly/2NCMUYE

TCAP กำไรไตรมาส 3 พุ่งกว่า 30% “โตต่อเนื่อง”

TCAP กำไรไตรมาส 3 พุ่งกว่า 30% “โตต่อเนื่อง”

ภาพฐานกำไรตั้งแต่ปี 2544 คำว่า “โตต่อเนื่อง” ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงสำหรับ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP โดยเฉพาะในช่วงปี 2562 ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวม จะไม่เอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อมากเท่าไหร่นัก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ TCAP ยังสามารถทำกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 3 นี้ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ เท่ากับ 2,472 ล้านบาท หรือ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 30.17%QoQ และ 32.19%YoY ซึ่งถือเป็นกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานปกติสูงที่สุดเป็นประวัติการอีกด้วย อันเป็นผลมาจากความสาเร็จในการดําเนินกลยุทธ์ของธนาคารธนชาต โดยยึดลูกค้าเป็น ศูนย์กลาง (Customer Centric) ที่มุ่งเน้นในการเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) ทำให้
ธนาคารธนชาต มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

TCAP เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ธุรกิจทางการเงิน และ ธุรกิจสนับสนุน โดยสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทมาจาก ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจประกัน ธุรกิจให้เช่าซื้อ และธุรกิจลีส ซึ่งมีบริษัทของ TBANK ที่นักลงทุนคุ้นกันเป็นอย่างดีอย่างเช่น ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (TBANK) และ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (THANI) 

TBANK เคยผ่านการรวมกิจการมาแล้ว เมื่อสมัยปี 2553 เป็นผู้ชนะการประมูล ซื้อหุ้น ธนาคารนครหลวงไทย และได้เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธนาคาร จนกระทั่งปัจจุบันดีลครั้งสำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งจากข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีของกลุ่มธนาคาร เมื่อกลุ่มธนชาต และ TMB ตัดสินใจรวมกิจการกันระหว่าง ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TBANK กับ ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB โดย TCAP ขายหุ้น TBANK ที่ถืออยู่ทั้งหมด 50.96% ให้กับ TMB และ ซื้อหุ้นเพิ่มทุน TMB แทนเพื่อถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 20% เป็นการเพิ่มขีดความสามารถและเสริมศักยภาพของธนาคารภายหลังรวมกิจการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

สัดส่วนการให้สินเชื่อ (ร้อยละ)

จากกราฟแท่งข้างต้นจะเห็นว่า รวมเงินให้สินเชื่อมีการเติบโตทุกไตรมาส ซึ่งเป็นผลมาจากความเชี่ยวชาญการให้บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่ TBANK เป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดนี้มายาวนาน 

ในขณะที่ NPL Ratio ของ บริษัทสามารถรักษาไว้อยู่ในระดับต่ำมายาวนานหลายไตรมาสติดต่อกัน และ มีอัตราส่วนสำรองต่อสำรองตามเกณฑ์ธปท.สูงถึง 138.86%ในไตรมาสที่ 3 ปี 2562 ถึงแม้จะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจที่อ่อนไหวก็ตาม

อย่างที่นักลงทุนหลายท่านทราบต้นทุนดอกเบี้ยถือเป็นปัจจัยหลักในการบริหารจัดการและกำหนดนโยบายต่างๆเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้า หากมีต้นทุนที่ดีแล้วจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น TMB เองก็มีจุดเด่นในการระดมเงินฝาก  เน้นกลยทุธ์ใช้เงินฝากเป็นตัวนำ ส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสนี้ TMB ยังมีแนวโน้มเงินฝากขยายเติบโตต่อเนื่องหนุนโดย เงินฝาก TMB All Free (+5.1%YTD),MESave(+3.0%YTD)และเงินฝาก No-Fixed (+2.6%YTD) โดยเมื่อเร็วๆนี้ TMB เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ featureใหม่ของ TMB All Free ชื่อว่า “PAY WITH WOW”เป็นการตอกย้ำเป้าหมายของธนาคารในการเป็นผู้นำตลาดด้านธุรกรรมทางการเงิน ด้วยความเก่งของทั้ง 2 ธนาคารที่มารวมกันจะทำให้ธนาคารใหม่มีต้นทุนการทำธุรกิจที่ต่ำลง

หลังจากการรวมกิจการครั้งนี้ TCAP จะมีสภาพคล่องเป็นเงินสดไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท บริษัทจะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท (ราคาปิด ณ วันที่ 25/10/2562 เท่ากับ 52.50 จะได้ประมาณ 95 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.15% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว) นอกจากนั้นยังจ่ายปันผลพิเศษอีกในอัตรา 4 บาทต่อหุ้น (ที่ราคา 52.5 คิดเป็น YIELD ได้มากกว่า 7% ถ้ารวมกับที่จ่ายปกติน่าจะได้ถึง 13%  (!ข้อควรระวังปันผลพิเศษอาจไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต) ให้แก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย ภายหลังการรวมกิจการแล้วเสร็จ TCAP จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ธนาคารใหม่ (ทหารไทยธนชาต) ไม่ต่ำกว่า 20% โดยปัจจุบัน TMB มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 อันดับแรกคือ กระทรวงการคลัง 25.92% และ ING BANK N.V. 25.02%

โดย TMB ในไตรมาส 3 นี้จะเห็นว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ (PPOP) อยู่ที่ 5,984 ล้านบาทในไตรมาส 3/2562 เพิ่มขึ้น 26.8% QoQ แต่ลดลง 63.5%YoY สาเหตุที่กำไรลดลงเกิดจากปีก่อนหน้ามีการรรับรู้กำไรจากการขายหุ้น บลจ. ทหารไทย แต่ถ้าหากไม่นับรวมกำไรพิเศษในปีก่อนหน้า ไตรมาส 3 ปี 2562 นี้ TMB มีกำไรก่อนหักสำรองฯ เพิ่มขึ้นมากถึง 31.5%YoY  ซึ่งหลังจากการรวมกิจการระหว่าง TMB และ TBANK สิ้นสุดลงจะส่งผลให้ขนาดของกิจการจะมีขนาดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

 

ภาพการจ่ายเงินปันผล 10 ปีย้อนหลัง ของ TCAP (ครึ่งปีหลังใช้สมมุติฐานเท่าปีก่อน)

มองในมุมปันผล YIELD เฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาของ TCAP จะอยู่ที่ประมาณ 4.5% จากราคาหุ้น ช่วงเวลานั้นๆ ลองคำนวณคร่าวๆ ถ้าหากเราอยากได้ YIELD สัก 5% ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านมา นับเฉพาะปันผลปกติช่วงครึ่งปีแรกจ่ายแล้ว 1.2 บาทต่อหุ้น บวกกับครึ่งปีหลังของปีก่อนหน้าที่ 1.6 บาทต่อหุ้น (สมมุติฐานว่ากำไรครึ่งปีหลังไม่ต่างจากเดิมซึ่งในไตรมาส 3 ตัวเลขกำไรที่ออกมาก็พอจะคาดได้ว่า ครึ่งปีหลังกำไรอย่างแย่สุดน่าจะเท่าเดิมหรือมากกว่านิดหน่อย ) จะได้ปันผลคาดการณ์รวม 2.8 บาทต่อหุ้น เมื่อคำนวณจากราคาปิด ณ วันที่ 25/10/2562 เท่ากับ 52.50 จะได้ YIELD ประมาณ 5.3% มากกว่า YIELD เฉลี่ยอยู่ประมาณ 0.8%  โดยตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงการคาดการณ์บนสมมุติฐานข้างต้น และ ยังไม่รวมผลการดำเนินงานที่จะเกิดขึ้นหลังจากการรวมกิจการแล้ว

ส่งผลให้ TCAP ยังคงมีแนวโน้มผลประกอบการ และปันผลที่ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ซึ่งภาพหลังการรวมธนาคารแล้วเสร็จ จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน และ ตอบโจทย์ใหักับลูกค้ามากยิ่งขึ้นโดย TCAP ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จะสามารถรับรู้ประโยชน์จากการรวมกิจการนี้ได้อย่างเต็มที่ซึ่งส่งผลให้ TCAP ยังคงมีแนวโน้มผลประกอบการ และปันผลที่ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต

Related Articles

TCAP กำไรไตรมาส 3 พุ่งกว่า 30% “โตต่อเนื่อง”

ภาพฐานกำไรตั้งแต่ปี 2544 คำว่า “โตต่อเนื่อง” ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงสำหรับ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP โดยเฉพาะในช่วงปี 2562 ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวม จะไม่เอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อมากเท่าไหร่นัก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ TCAP ยังสามารถทำกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

หุ้นเด่นวันนี้ | 10 อันดับหุ้นปันผล ประจำเดือน มิถุนายน 2563

10 อันดับหุ้นปันผล หุ้นเด่นวันนี้ ค้ดเลือกจากบริษัทที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง และ มีอัตราการจ่ายปันผลตอบแทนสูงกว่า 5% ขึ้นไป โดยวิธีการคำนวณ Dividend Valuation Matrix ในการคาดการณ์ ปันผลที่จะได้รับในช่วง 1 ปี 🐯 https://youtu.be/n-2x0cJmQVo หุ้นเด่นวันนี้...

Finansia HERO คำสั่งอัจฉริยะ ลองด่วน!

“Finansia HERO ยอดมนุษย์นักวิเคราะห์หุ้น นวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมคำสั่งอัจฉริยะ Conditional Order มากกว่า 10 แบบ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ลองด่วน!”


Finansia HERO คำสั่งอัจฉริยะ  ลองด่วน!

Finansia HERO คำสั่งอัจฉริยะ ลองด่วน!

Finansia HERO : App เทรดหุ้นล้ำสมัยพร้อม 5 จุดเด่น

มีความเชื่อนึงในหมู่นักลงทุนที่ว่า “โบรกไหนก็เหมือนกัน” แต่นักลงทุนอีกส่วนนึงกลับเชื่อมั่นว่า “โบรกที่ดีต้องสร้างโอกาสที่เหนือกว่าให้นักลงทุน” แล้วมันจะดีแค่ไหนหากมีโบรกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อนักลงทุน

วันนี้ทางทีมงานหุ้นปันผลขอแนะนำ App ใหม่  Finansia HERO ยอดมนุษย์นักวิเคราะห์หุ้น ที่โบรก Finansia Syrus พัฒนาร่วมกับ Kiwoom โบรกออนไลน์อันดับ1 ของประเทศเกาหลี โดย App HERO ในเกาหลีมีการพัฒนาต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี และมีการใช้งานสูงสุดในปัจจุบัน

Finansia HERO จึงเป็น App ที่มีนวัตกรรมล้ำสมัย และได้มีการปรับแต่งให้เข้ากับสภาพของตลาดหุ้นและนักลงทุนในไทย

ทีมงานหุ้นปันผลได้รวบรวม 5 จุดเด่นของ Finansia HERO ดังนี้

Screen Shot 2018-07-09 at 3.33.22 PM

1. ล้ำหน้ากว่า ด้วยคำสั่งอัจฉริยะ Conditional Order มากกว่า 10 แบบ

ที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเงื่อนไขการส่งคำสั่งที่หลากหลาย ช่วยให้นักลงทุนไม่พลาดจังหวะการลงทุนนักลงทุนจึงไม่จำเป็นต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา เหมือนมีผู้ช่วยคอยทำแทนเหมาะกับนักลงทุนที่ทำงานประจำหรือต้องการอิสระในการใช้เวลา
Screen Shot 2018-07-09 at 3.37.07 PM

 

2. เหนือกว่า ด้วยการแสดงต้นทุนของคนส่วนใหญ่เพื่อหาจังหวะทำกำไร

เจาะลึกข้อมูล รู้ต้นทุนเฉลี่ยของตลาด เพิ่มความได้เปรียบในการหาจุดซื้อจุดขายนักลงทุนที่รู้ต้นทุนเขา รู้ต้นทุนเรา จะสามารถกำหนดจุดซื้อขายอย่างมีแต้มต่อ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของผลตอบแทน

 

Screen Shot 2018-07-09 at 3.59.07 PM

3. ส่งคำสั่งได้ เร็วกว่า 5 เท่า ของ Order ปกติ

ส่งคำสั่งซื้อขายเพียงแค่คลิก ไม่พลาดโอกาสแม้เสี้ยววินาทีนักลงทุนสังเกตหุ้นที่เริ่มออกตัว จะสามารถขึ้นรถได้ทันเวลาก่อนคนอื่นเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการระบบที่ตอบสนองการตัดสินใจอย่างฉับไว

 

Screen Shot 2018-07-09 at 4.05.30 PM

 

4. มิติใหม่ของ Technical Chart ด้วย Auto Pattern & Back Test

ค้นหา Pattern ของราคาโดยอัตโนมัติ และ Back Test เพื่อเลือกใช้ Indicator ที่แม่นยำ นักลงทุนสามารถใช้ระบบที่ออกแบบอย่างทันสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดของการซื้อขายเหมาะกับนักลงทุนสายเทคนิคที่ต้องการเทรดอย่างมั่นใจ

Screen Shot 2018-07-09 at 4.15.54 PM

5. จัดหน้าจออิสระได้ ตามสไตล์ของคุณ

สามารถปรับแต่งหน้าจออย่างอิสระ เพิ่มความคล่องตัวในการเทรดยิ่งขึ้นนักลงทุนสามารถปรับแต่งให้ถนัดตามแนวทางลงทุนของตนเองเหมาะกับนักลงทุนทั้งเริ่มต้นและมากประสบการณ์นอกนั้นยังมี Feature ใหม่ๆอีกมากมายที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักลงทุน

 

Screen Shot 2018-07-09 at 4.18.11 PM

โดยสรุป Finansia HERO 
มีการออกแบบฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อนักลงทุนทุกกลุ่ม สามารถสร้างความแตกต่างต่อผลลัพธ์ในการลงทุน ทั้งยังรองรับทุกระบบ Android, iOS และ PC สามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลาจึงดีครบจบใน App เดียว

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.finansiahero.com
ขอรหัสทดลองใช้ได้ที่ http://www.finansiahero.com/request-trial-account/
Download App & Free Trial ได้ที่ https://www.finansiahero.com/download/
ดู Demo การใช้งานได้ที่ https://www.fnsyrus.com/channel
สอบถามการใช้งานได้ที่ Call center 02-782-2400
สนใจเปิดพอร์ตลงทุนกับ บล. ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
โทร 02-782-2400 หรือสมัคร Online ได้ที่ http://onlinefss.fnsyrus.com/requestonline/OPENACCOUNT/register?sectionurl=HOME&boothcode=BZ009
#FINANSIAHERO #FINANSIA #HERO #เทรดหุ้น #TRADE #APP #APPหุ้น #ล้ำหน้ากว่าที่เคยมี

DIF : 10 เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนลงทุน

DIF : 10 เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนลงทุน

สำหรับท่านที่ไม่เคยลงทุนหุ้น

1. DIF ลงทุนอะไร

  • เสาโทรคมนาคม 15271 เสา
  • ใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์ระบบสื่อสัญญาณ 2576873 คอร์กิโลเมตร
  • ระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด 1.2 ล้านพอร์ต ครอบคลุม 198085 คอร์กิโลเมตร

2. ซื้อขาด หรือ เช่า

  • มีทั้ง 2 แบบ จากกลุ่มTRUE โดยส่วนที่เป็นสิทธิการเช่า ทางDIF มีสิทธิ์ในการซื้อขาดในราคาที่ต่ำ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาสิทธิการเช่า
  • ในทางปฏิบัติจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของ DIF นั่นเอง
  • ทำให้ DIF ไม่มีหมดอายุ

3. DIFคาดหวังปันผลได้มากน้อยแค่ไหน

  • ปันผล(คาด) ประมาณ 1.04 บาท/หน่วย/ปี
  • ถ้าราคาขาย 13.9 บาท
  • (ราคาขายอยู่ระหว่าง 13.6 – 13.9 บาท)
  • (ราคาขายจะสรุปก่อน 14 พ.ค. 61)
  • คิดเป็นปันผลประมาณ 7.5% ต่อปี

DIF จึงเหมาะกับนักลงทุนที่คาดหวังปันผล

4. DIFเงินปันผลต้องเสียภาษีหรือไม่

  • ได้รับการงดเว้นภาษี 10%
  • จนถึงประมาณปี 2566 หรืออีก 6 ปี
  • เงินปันผลที่กองทุนจ่ายให้นักลงทุน 100 บาท ไม่ต้องเสียภาษี 10 บาท ไปอีก 6 ปี หลังจากนั้นเงินปันผลก็ถูกหักภาษี 10% คล้ายๆ การปันผลของหุ้น
  • ถ้าเทียบเคียงกับดอกเบี้ยเงินฝากจะถูกหักภาษี 15%

5. DIFปันผลถี่แค่ไหน

  • ทุก 3 เดือน ประมาณ 0.25 บาท/ครั้ง
  • โดยเงินปันผลโอนเข้าบัญชีธนาคาร ที่ทางผู้ลงทุนแจ้งไว้ หรือบางกรณีอาจส่งเป็นเช็คถึงบ้าน
  • ปันผลรอบแรก ประมาณปลายเดือน ส.ค.61 – ต้นเดือนก.ย.61
  • รอบแรกจะได้ไม่ถึง 0.25 บาท/หน่วย อาจจะประมาณ 0.15-0.18 บาท/หน่วย
  • เพราะเป็นผลดำเนินงาน 2 เดือน พ.ค.61-มิ.ย.61

6.DIF ลงทุนได้ไหม ถ้าไม่เคยลงทุนหุ้นมาก่อน

  • ลงทุนได้ แม้ไม่เคยลงทุนหุ้นมาก่อนท่านจะได้เป็นใบหุ้นในภายหลัง

7. DIF ขายต่อได้ไหม หรือต้องถือยาวไปตลอด

  • ขายต่อได้ แนะนำให้เปิดพอร์ทหุ้นไปด้วยเลย (เปิดพอร์ทหุ้นแทบไม่เสียตังนะ) เพื่อให้สามารถขายผ่านระบบของตลาดหุ้น
  • ราคาขายต่อ อาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าที่ท่านลงทุนตอนแรก ขึ้นกับหลายปัจจัย
  • เช่น ผลดำเนินงานของกองทุน ภาวะการซื้อขายของตลาดหุ้น ภาวะผลตอบแทนของทรัพย์สินอื่น เป็นต้น
  • การลงทุนใน DIF ไม่ใช่การฝากธนาคาร
  • เงินต้นที่ลงทุนอาจเพิ่มหรือลดก็เป็นได้
  • 1ปี ที่ผ่านมา DIF มีราคาซื้อขายในตลาดหุ้น
  • ระหว่าง 13.9 – 14.9 บาท/หน่วย
  • ความผันผวนประมาณ 7% ใน1ปีที่ผ่านมา

8. DIF ซื้อยังไงที่ไหนเมื่อไร

  • จองซื้อได้ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กรุงเทพ ธ.กรุงไทย (แนะนำให้ไปสาขาใหญ่ๆจะสะดวกกว่า)
  • ระหว่างวันที่ 2-4 พ.ค.61 และวันที่ 7-11 พ.ค.61
  • วันที่ 11 พ.ค.61 จะเปิดจองถึง 15:30
  • จองก่อนหลังมีค่าเท่ากัน
  • เพราะจัดสรรแบบ Small lot first
  • เอาว่า จองน้อยๆได้แน่
  • ไม่ใช่ว่าจองก่อนได้ก่อน ไม่ใช่ของหมดอดเลย
  • ราคาจอง คือ 13.9 บาท/หน่วย
  • (ราคาขายอยู่ระหว่าง 13.6 – 13.9 บาท)
  • (ราคาขายจะสรุปก่อน 14 พ.ค. 61)
  • ถ้าราคาขายสุดท้ายต่ำกว่า 13.9 บาท สมมติว่าสุดท้าย 13.7 บาท ส่วนต่าง 0.2 บาท จะคืนให้ภายหลัง

9. DIFมีความเสี่ยงสำคัญหลักๆมีอะไร

  • เนื่องจากกลุ่มTRUEเป็นผู้เช่าหลักของ DIF การจ่ายค่าเช่าของTRUE จะส่งผลต่อผลดำเนินงานของDIFอย่างมีนัยสำคัญ
  • คล้ายๆมีบ้านปล่อยเช่าถ้าผู้เช่าจ่ายตรงจ่ายครบ ก็จบ ถ้าผู้เช่าไม่จ่าย ก็เจ้ง
  • TRUE คือใคร มีความเสี่ยงจะเบี้ยวค่าเช่ามากน้อยแค่ไหน ท่านลองประเมินด้วยตัวเองก่อนลงทุน

10. DIFนอกนั้นมีความเสี่ยงสำคัญอะไรอีก

  • เนื่องจากทรัพย์สินของ DIFมีมากมายหลายส่วน การทำสัญญาเช่าระหว่าง TRUE (ผู้เช่า) กับ DIF (ผู้ให้เช่า)
  • มีอายุสัญญาเช่าเฉลี่ยประมาณ 20 ปี
  • มีการหมดอายุไม่พร้อมกัน
  • บางส่วนก็หมดอายุปี68 (หรืออีก7ปี)
  • บางส่วนก็หมดอายุปี76 (หรืออีก15ปี)
  • หลังจากนั้นการต่ออายุระยะเวลาการเช่า อาจทำให้ค่าเช่ามีการเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อผลดำเนินงานของ DIF ได้เช่นกัน

หมายเหตุ

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะกำไรและขาดทุนเป็นของท่านนักลงทุนเอง  ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานหุ้นปันผล

หลุมหลบภัยในช่วงตลาด Panic : เคล็ดลับเลือกหุ้นปันผลสูง

หลุมหลบภัยในช่วงตลาด Panic : เคล็ดลับเลือกหุ้นปันผลสูง

เดือนแห่งความรัก เป็นเวลาแห่งความสุขของทุกท่าน
ทว่าการลงทุนในตลาดหุ้นกลับมีความผันผวนสูง สร้างความกังวลกับนักลงทุนหลายท่าน
หรือจะฝากธนาคาร แม้มีความเสี่ยงที่ต่ำ แต่ก็ได้ผลตอบแทนต่ำเช่นเดียวกัน
หรือจะลงทุนตราสารหนี้โดยตรง หรือผ่านกองทุนรวม ก็อาจสร้างผลตอบแทนสูงขึ้น บนความเสี่ยงที่สูงขึ้น

ทางเลือกที่หลายท่านแนะนำ คือ การลงทุนใน “หุ้นปันผลสูง” ที่เปรียบเสมือน “ห่านทองคำ”
หลายครั้งตารางจัดอันดับหุ้นปันผล แชร์กันตามโลกโซเชียล หากลงทุนโดยไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติม
ขอเตือน!! ท่านอาจติด “กับดักปันผล” ทั้งปันผลไม่ได้ตามคาดและติดดอย

เพื่อให้ปลอดภัยในการต่อยอดเงินด้วยการลงทุนในหุ้นอย่างไรดี แนะนำให้ลองอ่านบทความจาก Plearn เพลิน By Krungsri Guru นี้ดู

ด้วยความปรารถนาดีจากทีมงานหุ้นปันผล จึงขอมอบเคล็ดลับการค้นหา “หุ้นปันผลสูง” เบื้องต้นให้ท่าน แน่นอนว่าเคล็ดลับเบื้องต้นการค้นหา “หุ้นปันผลสูง” มีการบ้านที่ต้องทำพอสมควร
เรามีวิธีที่ง่ายกว่านั้นในการลงทุนหุ้นปันผล ผ่านกองทุนรวมหุ้นที่มีนโยบายจ่ายปันผลจากธนาคารกรุงศรี เช่น KFSDIV, KFSEQ-D, KFDNM-D, KFFIN-D, KFTSTAR-D

และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น KFLTFD70, KFLTFEQ70D, KFLTFDIV, KFLTFSTARD, KFLTFAST-D, KFLTFA50-D, KFLTFTSM-D
โดยท่านสามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนตรงกับสไตล์ของท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก goo.gl/wjkNFj

สำหรับท่านที่ต้องการค้นหาหุ้นปันผลสูงด้วยตนเอง เริ่มจากพื้นฐานดังนี้

อัตราปันผล (%) = [ เงินปันผล (บาท) / ราคาหุ้น (บาท) ] x 100% ถ้าท่านลงทุนหุ้นราคา 100 บาท แล้วจ่ายปันผล 5 บาท อัตราปันผลจะเท่ากับ 5% ดังนั้น ตัวกำหนดว่าจะได้อัตราปันผลที่ต้องการหรือไม่ คือ 1.เงินปันผล (ที่จ่าย) กับ 2.ราคาหุ้น (ที่ลงทุน)

Screen Shot 2018-02-26 at 11.09.26 AM

1.เงินปันผล (ที่จ่าย)

สิ่งที่ท่านต้องคาดการณ์อันดับแรก คือ เงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายให้ท่านในอนาคต โดยปกติเงินปันผลมาจากบริษัททำธุรกิจมีกำไร จึงแบ่งกำไรตอบแทนผู้ถือหุ้นในรูป “เงินปันผล”
ตัวอย่างคร่าวๆ

บริษัทกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท จ่ายปันผล 140 ล้านบาท โดยมีจำนวนหุ้นทั้งหมด 100 ล้านหุ้น
กำไรต่อหุ้น 200/100 = 2.0 บาท/หุ้น จ่ายปันผล 140/100 = 1.4 บาท/หุ้น

แบบนี้ “อัตราการจ่ายปันผล” เท่ากับ ( 1.4 / 2.0 ) x 100% = 70% อีก 60 ล้านบาทที่เหลือ บริษัทอาจลงทุนขยายธุรกิจเพื่อสร้างกำไรเพิ่มขึ้นและปันผลมากขึ้นในอนาคต

Screen Shot 2018-02-26 at 11.13.26 AM
วิธีการที่ท่านจะเห็นภาพ คือ การสรุปข้อมูลย้อนหลัง และใช้คาดการณ์การจ่ายปันผลไปด้วย
ยกตัวอย่างตามรูป เป็นข้อมูลของหุ้นตัวหนึ่ง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดสามารถค้นหาได้จาก www.set.or.th
เห็นว่าปี 58-60 บริษัทมีอัตราการจ่ายปันผล 70% หรือ “เมื่อบริษัทมีกำไร 100 บาท จะจ่ายปันผล 70 บาท”  จึงมีสมมติฐานว่าในปี61 ก็น่าจะมีอัตราการจ่ายปันผล 70% เช่นเดิม

Screen Shot 2018-02-26 at 11.14.30 AM

จากนั้นคาดการณ์กำไรต้อหุ้นในปี61
จากแนวโน้มของกำไรต้อหุ้น ปี58=1.93 บาท/หุ้น ปี59=2.01 บาท/หุ้น ปี60=2.12 บาท/หุ้น
มีการเพิ่มขึ้นประมาณ4%-5%ต่อปี เราก็อาจคาดการณ์ให้ปี 61 เพิ่มขึ้น4% จากปี60 เป็น 2.12 x (100+4)% = 2.20 บาท/หุ้น (การคาดการณ์นี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น)

จากข้อมูลข้างต้น ถ้าอัตราการจ่ายปันผลคงเดิม70% และกำไรต่อหุ้น 2.20 บาท/หุ้น ในปี61 เราก็พอจะคาดการณ์ว่าปันผล 2.20 x 70% = 1.54 บาท/หุ้น

Screen Shot 2018-02-26 at 11.16.05 AM

2.ราคาหุ้น (ที่ลงทุน)

หลังจากคาดการณ์ว่าจะจ่ายเงินปันผลเท่าไรไปแล้ว สิ่งถัดมาที่สำคัญ คือ ราคาหุ้นที่ลงทุน
หุ้นที่ดี หากลงทุนในราคาที่สูงเกินไป ก็อาจเป็นการลงทุนที่แย่ก็เป็นได้ จากการคาดการณ์ว่าปันผล 1.54 บาท/หุ้น

หากลงทุนในราคา 15.4 บาท อัตราปันผล(%) จะเป็น ( 1.54 / 15.4 ) x 100% = 10%
หากลงทุนในราคา 30.8 บาท อัตราปันผล(%) จะเป็น ( 1.54 / 30.8 ) x 100% = 5%
หากลงทุนในราคา 61.6 บาท อัตราปันผล(%) จะเป็น ( 1.54 / 61.6 ) x 100% = 2.5%

สำหรับการลงทุนใน หุ้นปันผลสูง ควรคาดหวัง อัตราปันผล(%) > 5%
ดังนั้นต้องตรวจสอบราคาหุ้นก่อนที่จะลงทุนว่า สามารถสร้างอัตราปันผล(%) > 5% ได้หรือไม่

สำหรับเทคนิคอีกอย่างหนึ่งจากทีมงานหุ้นปันผล เพื่อเสริมการลงทุนให้มีแต้มต่อมากขึ้น
คือการเปรียบเทียบกับ “ค่าเฉลี่ยของอัตราปันผล(%)” ย้อนหลัง4ปี สามารถค้นหาข้อมูลได้จาก www.set.or.th จากรูปคำนวณ “ค่าเฉลี่ยของอัตราปันผล(%)” ได้ ( 5.19 + 6.63 + 5.84 + 5.88 ) / 4 = 5.9% หมายความว่า หากท่านจะลงทุนอย่างมีแต้มต่อควรคาดหวัง อัตราปันผล(%) > 5.9%

Screen Shot 2018-02-26 at 11.18.11 AM

ภายหลังการลงทุน เราควรตรวจสอบว่าสิ่งที่เราคาดการณ์มีแนวโน้มเป็นอย่างไร การตรวจสอบอย่างน้อยที่สุด ควรทำอย่างน้อยทุก 3เดือน จากงบการเงินทุกไตรมาส กรณีที่เราคาดการณ์กำไรต้อหุ้นในปี61 เท่ากับ 2.20 บาท/หุ้น แสดงว่า โดยเฉลี่ยแต่ละไตรมาสควรจะมีกำไรต่อหุ้น 2.20 / 4 = 0.55 บาท/หุ้น หากงบประกาศออกมาต่ำกว่า 0.55 บาท/หุ้น อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ปันผลที่คาดการณ์ไว้ 1.54 บาท/หุ้น น่าจะเป็นไปได้ยาก และควรพิจารณาสาเหตุและปรับพอร์ทหากกำไรต้อหุ้นมีแนวโน้มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

Screen Shot 2018-02-26 at 11.19.53 AM

สำหรับการเลือกหุ้นปันผลสูงเราควรศึกษารายละเอียดของแต่ละบริษัท

1.ทำความเข้าใจลักษณะธุรกิจ

เราควรจะทราบถึงจุดแข็ง จุดอ่อน ปัจจัยที่ส่งผลกระทบเชิงบวกและลบ สามารถศึกษาจากแบบ56-1,Oppday,ประชุมผู้ถือหุ้น,อื่นๆ เมื่อมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงจะได้เห็นโอกาสหรือหลบวิกฤต เช่น
– บริษัทส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ค่าเงินบาทอ่อนอาจส่งผลเชิงบวก ค่าเงินบาทแข็งอาจส่งผลเชิงลบ
– บริษัทขายปัจจัยสนับสนุนการเกษตร เช่น ปุ๋ย ยากำจัดศัตรูพืช ช่วงขาดแคลนน้ำทำเกษตรอาจส่งผลเชิงลบ
– บริษัทใช้วัตถุดิบที่อิงราคาตลาด หากราคาตลาดลดก็อาจส่งผลเชิงบวก หากราคาตลาดเพิ่มก็อาจส่งผลเชิงลบ
– บริษัทอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ที่อยู่ในภาวะมีการแข่งขันสูงขึ้นอาจส่งผลเชิงลบ
– บริษัทอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ก็อาจส่งผลเชิงบวก

2.ลักษณะธุรกิจอยู่ในช่วงใด

ควรเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสิ่งสำคัญ คือ หลีกเลี่ยงธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลง เพราะแนวโน้มกำไรจะลดลง ทำให้ปันผลลดลงด้วย เช่น
– ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่น เช่น สมุดโฆษณาร้านค้า มีกูเกิ้ลเข้ามาแทน
– ช่องทีวีที่มีน้อยช่องในอดีต ผู้ชมมีทางเลือกการดูมากขึ้น หลังการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล
– ธุรกิจสิ่งพิมพ์ได้รับผลกระทบจากสื่อสมัยใหม่ในโลกออนไลน์

3.กระแสเงินสดของบริษัท

เนื่องจากการจ่ายปันผลที่เราต้องการ คือ “เงินสด” ดังนั้นบริษัทจึงควรมีกระแสเงินสดที่ดีต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจ่ายปันผลได้คล่องตัว สังเกตได้จากงบกระแสเงินสดควรมี “เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน” เป็น “บวก” เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้รับเงินสดจากการทำธุรกิจมาจ่ายปันผลในลำดับต่อไป ถ้าท่านมีเวลาเราแนะนำให้ศึกษาวิธีการอ่านงบการเงินอย่างละเอียด

4.กำไรพิเศษ

ในบางปีบริษัทอาจมีกำไรนอกเหนือจากการทำธุรกิจหลัก เช่น กำไรจากการขายที่ดิน,กำไรจากการขายเงินลงทุน,เงินชดเชยจากประกันอุทกภัย ทำให้จ่ายปันผลสูงกว่าปกติในปีนั้น หากเราคาดว่าปีถัดไปไม่มีกำไรพิเศษ บริษัทก็ไม่น่าจะจ่ายปันผลได้สูงเช่นเดิม นอกจากนั้นกำไรพิเศษบางรายการก็ไม่ใช่เป็นรายการเงินสด

แม้ว่าจะมีการบันทึกรายการเข้ามาในงบก็ตาม ก็ไม่สามารถจ่ายปันผลจากกำไรที่เกิดขึ้นได้
เช่น กำไรจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สิน,กำไรจากการซื้อธุรกิจต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม

5
.การเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินปันผล

การเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินปันผล บางบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินปันผล ทำให้การจ่ายปันผลลดลง แม้ว่ากำไรสุทธิจะเท่าเดิม เช่น บริษัทสื่อสารแห่งหนึ่ง เปลี่ยนอัตราการจ่ายปันผลจาก100% ของกำไรสุทธิ เป็น ไม่ต่ำกว่า70% ของกำไรสุทธิ ทำให้อัตราปันผลจาก 7%-8% ลดลงเหลือ 3%-4% หากว่าเราดูเพียงอัตราปันผลย้อนหลังในอดีตแล้วลงทุน ก็อาจได้อัตราปันผลต่ำกว่าที่ต้องการ

Screen Shot 2018-02-26 at 11.24.51 AM

SKE IPO นี้พี่ขอ ปตทไปไหน SKE ไปด้วย

SKE IPO นี้พี่ขอ ปตทไปไหน SKE ไปด้วย

ภายใต้สัมปทานของ บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน)

การขยายตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคอาเซียน ทำให้ภาคการขนส่งเติบโตเป็นอย่างมาก และ มีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น พลังงาน NGV จึงถือว่าเป็นอีกพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังการจำหน่ายก๊าซ NGV ของ PTT มีบริษัทหนึ่งคอยให้การสนับสนุน และ พร้อมจะเติบโตไปพร้อกันก็คือ บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE IPO น้องใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชน (Private Mother Station: PMS) โดยให้บริการอัดก๊าซธรรมชาติ NGV ให้รถขนส่งก๊าซธรรมชาติของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (“ปตท.”) เพื่อขนส่งไปให้กับสถานีบริการ NGV นอกแนวท่อส่งก๊าซ หรือสถานีลูก (Daughter Station) รวมถึงดำเนินการปรับปรุงคุณภาพก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนที่จะนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ ต่อไป โดยมี ลูกค้า คือ ปตท.

ปัจจุบันสถานีก๊าซธรรมชาติ ของบริษัทฯ มี 2 สถานี คือ

1. สถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชนจังหวัดปทุมธานี
2. สถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชนจังหวัดสระบุรี

โดยมีการทำสัญญาจ้างอัดก๊าซธรรมชาติ พร้อมตั้งสถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชน (“สัญญาจ้างอัดก๊าซฯ”) กับ ปตท.

วัตถุประสงค์การใช้เงิน

1.ชำระคืนเงินกู้ยืมธนาคารพาณิชย์
2.โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบสูบอัดและจ่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
3.โครงการจัดตั้งสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV ตามแนวท่อ (Conventional Station) แบบ Ex-Pipeline
4.เงินทุนหมุนเวียนและใช้สำหรับการดำเนินการทั่วไป

ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ
  • ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ : บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจกับลูกค้ารายใหญ่ 1 ราย ได้แก่ ปตท. ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายก๊าซ NGV รายเดียวของประเทศ
  • ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเงื่อนไขในสัญญากับ ปตท.
  • ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงองค์กรหรือบริษัทผู้จัดหาสินค้าและบริการให้กับธุรกิจ
  • ความเสี่ยงจากเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติเกิดความเสียหาย
  • ความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในสถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชน
  • ความเสี่ยงจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ
  • ความเสี่ยงจากการลอยตัวราคา NGV ภาครัฐ
  • ความเสี่ยงจากผลต่างระหว่างราคาน้ำมันและราคาก๊าซ NGV ลดลง และความต้องการใช้ก๊าซ NGV ที่ลดล
  • ความเสี่ยงอันอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมกรณีฉุกเฉิน หรือภาวะวิกฤต เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การเปลี่ยนกลยุทธ์ของคู่แข่ง ลักษณะของอุตสาหกรรม ภาวะตลาดในประเทศ และต่างประเทศ
  • ความเสี่ยงจากการดำเนินการตามโครงการในอนาคตของกลุ่มบริษัทฯ  ในการจัดตั้งสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV conventional แบบ Ex-pipeline จังหวัดนครสวรรค์ ตามแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกที่โครงการอาจไม่เป็นไปตามแผนการ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากความล่าช้าในการจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ ความล่าช้าในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ปัญหาเชิงเทคนิคทางวิศวกรรม การได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความเสี่ยงในธุรกิจ คือ เรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่บริษัทได้ทำการประเมินความเสี่ยงและวางแนวทางในการแก้ไขไว้ทั้งหมดแล้วเข่นกัน

โครงการในอนาคต

โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบสูบอัดและจ่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)

  • เพิ่มจำนวนช่องจ่ายก๊าซธรรมชาติ NGV (Trailer Bay) ที่สาขาบ้านนา-แก่งคอย จังหวัดสระบุรี
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger System)
  • ปรับปรุงระบบ Pipe line ท่อก๊าซธรรมชาติและระบบควบคุมภายในสถานี (Automation System)
  • ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรในการสูบอัดก๊าซธรรมชาติ (Improvement and increase performance of compressed natural gas)

Conventional Station Ex-pipe line

ที่ตั้ง : ตำบลพยุหะ อำเภอพยุหะ จังหวัดนครสวรรค์
กลุ่มเป้าหมาย : รถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ และรถบัสขนส่งผู้โดยสาร

Truck Station

กำลังการอัดก๊าซธรรมชาติ : 30 ตัน/วัน
ประมาณการยอดขายก๊าซธรรมชาติ : 20 ตัน/วัน
งบประมาณในการลงทุน : 100 ล้านบาท

IPO (ล้าน)

พาร์

ราคา (บาท)

ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
14-16 พฤศจิกายน 2560

รายได้ และ กำไร ของบริษัทเติบโตมาตลอดตั้งแต่ช่วงปี 2557-2558 และ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

อัตรากำไรขั้นต้นในระดับ 38% อัตรากำไรสุทธิ 23.52%  อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง D/E 0.54 ต่ำมาก  แบบนี้น่าจะมีโอกาสปันผลได้ดีในอนาคตเลย

SKE เป็นผู้ได้รับสัมปทาน ไม่แปลกที่บริษัทจะมี อัตรากำไรสุทธิที่ดีมาต่อเนื่อง ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็เห็นถึงความเสี่ยงด้วยเหมือนกันที่พึ่งพารายใหญ่ เพียงรายเดียว แต่จะบอกว่า ปตท จะทอดทิ้งให้ SKE เปล่าเปลี่ยวหัวใจคงไม่ใช่ที่ ใครถนัดอะไรก็ทำไปลงทุนท่อเองก็เสี่ยงมากมายให้ SKE รับผิดชอบไปไม่ดีกว่าเหรอ ท้ายคลิปด้านล่างผู้บริหารจะลุยพลังงานทดแทนด้วยนะ

[ บทความนี้เป็น Advertorial ] อ่านหนังสือชี้ชวนตราสารทุนฉบับเต็มได้ที่ :
http://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=143141

ADB น้องใหม่ IPO โตตามเศรษฐกิจ

ADB น้องใหม่ IPO โตตามเศรษฐกิจ

ช่วงที่ตลาดคึกคักแบบนี้ IPO หุ้นใหม่เข้ามาในตลาดเนื้อหอมไม่แพ้ดาราค่าตัว 7 หลักเลยนะ โดยเฉพาะตลาดกลุ่มที่กำลังจะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ แว่วๆว่าจะมีการเลือกตั้งอยู่ปีหน้านี้ ใครจะเป็นผู้นำไม่รู้ แต่ที่แน่ๆมีการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไว้เติบโต 3.5-3.8%

บริษัทกลุ่มที่กำลังซื้อหดตัวไปก็มีโอกาสได้กลับมาเชิดฉายกันอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องของการซ๋อมและสร้างในอุตสาหกรรมการก่อสร้างตัวเลขประกาศออกมาแทบจะทุกตัวดีหมดในช่วงกลางปีที่ผ่าน วันนี้เลยต้องหยิบหุ้นน้องใหม่อย่าง ADB มาเปิดให้ดูสักนิด ตามประสาคนขี้อิจฉาที่อยากมีหุ้นบ้าง

บริษัท แอ๊พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือมีชื่อเรียกสั้นๆ ว่าADB เป็นผู้ประกอบกิจการในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าประเภทพลาสติกให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมสายไฟ  สายเคเบิ้ล พื้นรองเท้า เฟอร์นิเจอร์ งานก่อสร้าง ยานยนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้รายย่อย

ธุรกิจของ ADB แบ่งเป็น 2 ส่วน

ผลิตภัณฑ์กาวและยาแนว

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวและผลิตภัณฑ์ยาแนว (Adhesive and Sealant) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์กาวเพื่อใช้ยึดติดวัสดุ เช่น กาวยาง กาวขาว กาวพลังช้าง กาวแทนตะปู เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ยาแนว ซึ่งแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์อะคริลิกยาแนวสำหรับอุดรอยต่อที่มีความยืดหยุ่นน้อยและคงทนต่อสภาพแวดล้อมได้ต่ำ โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ เช่น ADB DB SPARKO DAI-I-CHI และ OMAKU และการรับจ้างผลิต (OEM) ให้แก่แบรนด์ชั้นนำ

ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์

กลุ่มผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ (Plastic compound) ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกพีวีซี (PVC compound) ทั้งแบบนิ่มที่ใช้ในอุตสาหกรรมสายไฟและสายเคเบิ้ล และแบบแข็งซึ่งที่ใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ และข้อต่อท่อพีวีซี รวมไปถึงเส้นใยสังเคราะห์โพลีโพรพิลีน (Polypropylene split yarn) ที่ใช้ในกระบวนการผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ล และเม็ดเทอร์โมพลาสติกอิลาสโตเมอร์ (Thermoplastic Elastomer : TPE) ซึ่งสามารถนำไปขึ้นรูปเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น พื้นรองเท้า

แผนการในอนาคต

การแพทย์

ขยายสินค้าไปในกลุ่มทางการแพทย์ เพื่อรองรับเทรนด์ในอนาคตเช่น สังคมผู้สูงอายุ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกพีวีซีเพื่ออุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่นำไปใช้ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์หรือเครื่องมือทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกฮาโลเจนฟรีที่นำมาใช้ผลิตสายไฟที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่มีส่วนประกอบของธาตุฮาโลเจนที่เป็นสารพิษต่อร่างกายเมื่อเกิดการลุกไหม้

ขยายโรงงาน

ขยายโรงงาน ADB อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ คาดว่าใช้งบลงทุนรวม 230 ล้านบาท เพื่อผลิตสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวและยาแนวรองรับแผนขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยผลิตภัณฑ์ยาแนวถือว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตให้แก่บริษัทฯ คาดว่าโรงงานแห่งใหม่จะเริ่มผลิตและจำหน่ายสินค้าเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4/61

วิจัยและพัฒนา

พัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์นี้เพื่อรองรับเทรนด์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต

อัตรากำไรขั้นต้น

จากธุรกิจกลุ่มกาวและยาแนว มีอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปี
ธุรกิจกลุ่มพลาสติกคอมปาวด์ ปี 59 ปรับลดลงมาเทียบเท่ากับปี 2557

ตัวเลขสำคัญทางการเงิน

จากงบการเงินปี 2559 อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 20.27% กำไรสุทธิ 5.30%, D/E 2.60 เท่า, ROA 7.49% และ ROE 26.54% หลังจากเข้าตลาดแล้วหนี้สินของบริษัทจะปรับตัวลดลงอย่างมาก จากเงินที่ได้จากการระดมทุน

รายละเอียดการเสนอขาย

IPO 180,000,000 หุ้น ที่ราคา PAR 0.50 บาท   ระยะเวลาจองซื้อช่วง 1-3 พฤศจิกายน 2560
ราคา IPO  1.69 บาท  เริ่มซื้อขาย 9 พฤศจิกายน 2560

ความเสี่ยง

ต้นทุนการผลิตของบริษัทอิงกับราคาน้ำมันค่อนข้างมาก ส่งผลต่อกำไรของบริษัท ทั้งในแง่ที่มากขึ้นหรือน้อยลง

ส่วนที่แข็งแรงที่สุดของบริษัทนี้ คือ กาว และ ยาแนว ที่สามารถทำอัตตรากำไรขั้นต้นเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง มีกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วน 70% และ 30% ตามลำดับ ในช่วงปี 2557 2558 2559 บริษัทมีรายได้จากการขาย เติบโตอย่างต่อเนื่อง 1,397  ล้าน  1,434 ล้าน และ  1,411.78 ล้าน ตามลำดับ ถึงแม้เศรษฐกิจในประเทศจะมีแนวโน้มไม่ดีในปีที่ผ่านมาแต่ก็ยังสามารถรักษายอดขายไว้ได้อย่างต่อเนื่อง  หลังจาก IPO เข้ามาแล้ว ต้นทุนทางการเงินจะลดลง ประกอบกับเงินสำหรับการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่จะช่วยสร้างยอดขายเพิ่มให้กับบริษัทได้อีกอย่างแน่นอน

 

[ บทความนี้เป็น Advertorial ] อ่านหนังสือชี้ชวนตราสารทุนฉบับเต็มได้ที่ :
http://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=129588

 

โหราศาสตร์ และ หุ้นเรื่องราวที่เข้ากันได้ดี

โหราศาสตร์ และ หุ้นเรื่องราวที่เข้ากันได้ดี

การดูดวง บางคนว่า “งมงาย” บางคนว่า อยู่ที่ “การกระทำ” ผมว่าก็ไม่ผิดอะไร เพราะก่อนหน้าที่ผมจะเรียน โหราศาสตร์ ก็คิดแบบหลัง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “การกระทำ”

หลังจากได้เรียนรู้ศาสตร์ของดวงดาว พื้นฐานชีวิต เหตุและผลก็ชัดขึ้น

เรื่องของงาน ในวันที่อยู่ CompgamerNews Cgn ผมได้รับการสอนให้คิด และ พูดมากขึ้น
ในวันที่อยู่กับทาง Global Concern ผมได้รับมอบหมายให้ต้องพูดและคุมสถานการณ์ในเวทีใหญ่ๆ บ่อยครั้งในภาคของรัฐวิสาหกิจที่มีผู้ทรงคุณวุติหลายร้อยคนผมต้องใช้วิธีการพูดเพื่อโน้มน้าว ให้เห็นสอดคล้องในหลักการ ทั้งๆที่ท่านเหล่านั้นทราบดีกว่าผมก็แค่เด็กจบ ปวส คนนึง การพูดจึงเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิต และ ดูเหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งดี และ ในอีกทางยิ่งพูดก็ยิ่งแย่ด้วยเหมือนกัน

ผมมาทราบในภายหลังว่าหากวางลัคนาแล้ว ผมเด่นเรื่องการพูดที่สุด โชคลาภมาจากการทำงาน แบบไม่ประจำ ใช้เงินเก่ง และ มีโอกาสเลิกลากับคู่ได้ง่าย สิ่งนี้ทำให้ผมรู้ความเสี่ยง ในเชิงของการบริหารความเสี่ยงทำให้ผมเห็นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้น ในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องของคู่ขีวิต

พรีเว้ดดิ้งใสใส

 

เรื่องของชีวิตคู่ ครั้งหนึ่งก่อนที่ผมจะเรียนเรื่องโหราศาสตร์ (10 ลัค อ.สอ้าน นาคเพชรพูล) ผมเคยได้ไปดูดวงก่อนที่คุณพ่อจะเสีย และ ก่อนแต่งงานที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ สิ่งที่ท่านทำนายผมยังจำได้ถึงปัจจุบันโดยเฉพาะเรื่อง ถ้าจะมีคู่

“ห้ามแต่งงาน”

แต่ผมก็รั้นจะแต่ง เพราะการแต่งงานคือการสร้างความมั่นใจให้กับทางครอบครัวและ คนรอบตัว ซึ่งมันขัดแย้งในทางพื้นฐานชะตา แต่เป็นเรื่องที่ “ควรจะทำในชีวิตคู่” ที่เหลือคือ การบริหารความเสี่ยงที่เรารู้อยู่แล้วว่า มีโอกาสเลิกกันเพราะอะไร ถ้ารู้แล้วไม่ทำก็ไม่เกิด ไม่มีเหตุก็ไม่มีผลของมัน

เรื่องการลงทุน และ การเงิน ผมใช้เงินเก่ง เงินหาได้เท่าไหร่ก็หมด โดยเฉพาะช่วงที่ราหูค้นทรัพย์ปี ปลายปี 2558 2559 2560 ที่ผ่านมา รู้แบบนี้แล้วเราก็ใช้เงินไปในทางที่สร้างสินทรัพย์แทน ราหูมาค้นทรัพย์เอาไปอยู่ในพอร์ตหุ้นหมด ถึงแม้หุ้นในพอร์ตจะไม่ได้ดีดเด้งอะไรมากแต่ก็ได้เงินออกมาในรูปแบบปันผล พอร์ตก็ติดลบไป
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ราหูจะพ้นจาก สิงห์ เข้า กรกฏ ทับลัคนา ผมมองว่าตัวเองอยู่ในสายงานที่เหมาะสมแล้ว น่าจะส่งผลดีต่อเนื่องไป ที่เหลือคือ อย่าไปหาเรื่องใส่ตัวก็พอ โดยเฉพาะเรื่องมือที่ 3 หรือ มัวเมาในสิ่งที่ไม่ควร (ผิดศีล 5)

ผมมีหุ้นตัวหนึ่งในพอร์ต +160% ด้วยเงิน 200k ปัจจุบัน ในความเป็นจริงระบบของ Valuation ที่ผมใช้ควรขายแล้ว แต่ผมโดนบังคับไม่ให้ขายด้วยหุ้นที่ปรับขึ้นมาเร้วแบบไม่ได้ย่อ ช่วงที่ย่อก็จำเป็นต้องซื้อเพิ่มเพราะมี ตัวเลขใหม่เข้ามาประกอบ

มองในมุมระบบของ Valuation เท่ากับผมก็ทำตามเหตุและผล มองในมุมของ โหราศาสตร์ ราหูเลื่อนออกจากเรือนการเงิน เข้าทับลัคนาพอดี ก็อาจเป็นทีที่ส่งผลก็เป็นด้ายยยยย

ขึ้นเงินเดือนเอง ไม่ต้องง้อเจ้านาย ลงทุนแบบนี้ก็ได้

ขึ้นเงินเดือนเอง ไม่ต้องง้อเจ้านาย ลงทุนแบบนี้ก็ได้

ผมเชื่อว่า มือใหม่หลายคนที่กำลังเข้าตลาด คงคาดหวังถึงชีวิตการลงทุนที่สะดวกสบาย มีเงินมีทองใช้ได้อย่างไม่จำกัด คุณคิดไม่ผิดครับ เรื่องนั้นเป็นไปได้จริงแต่ ต้องอาศัยวินัย การฝึกฝน และ ประสบการณ์ หนังสือเล่มไหน บทความอะไร ก็ช่วยคุณประสพความสำเร็จไม่ได้ สิ่งเดียวที่ต้องมีคือ “ความพยายาม”

มีหลายคนเฝ้าแต่ถามว่า ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะลงทุนได้ แค่เริ่มต้นถามก็ผิดแล้ว เพราะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แค่100 บาท ก็สามารถลงทุนได้ “คำถามที่ดี ใช้เป็นคีย์ไขสู่ความสำเร็จ”

สิ่งที่คุณควรจะตั้งคำถามแรกก่อนข้าตลาดคือ ในวันที่เราไม่ได้ทำงาน ต้องใช้เงินจำนวนกี่บาท ต่อเดือน ในการใช้ชีวิต บางคน 5,000 ต่อเดือน บางคนก็ว่า 30,000 บาทต่อเดือน หรือบางคนอาจจะต้องการ 100,000 บาทต่อเดือน เพราะการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบเที่ยว บางคนชอบกิน บางคนชอบจ่ายให้กับ “ความสะดวกสะบายในชีวิต”

ตัวเลขจำนวนเงินต่อเดือนจึงเป็นเป้าหมาย เพื่อยืนยันความต้องการของตัวเอง เส้นทางการลงทุนของท่านจะปรากฏชัดขึ้นทันที ลองไปทำ Workshop เพื่อหาตัวเองก่อนที่  รวยหุ้น ด้วย 10 วิธีที่มือใหม่ก็ทำได้ Part 1 / Part 2 เพื่อสร้างเส้นทางการลงทุนให้กับตัวเอง

รูปแบบเงินเดือน

ในระหว่างที่ผมทำงานเกี่ยวด้านทรัพยกรบุคคล มีโอกาสทำเรื่องฐานเงินเดือน ระบบวัดผลการปฏิบัติงาน และ ด้านอื่นๆอีกมาก ในส่วนงาน ราชการก็ดี รัฐวิสาหกิจก็ดี หรือ ภาคเอกชนเองก็ดี มีระบบการจัดสรรเงินเดือน เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งที่แตกต่างกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะอ้างอิงไปที่ ผลการปฏิบัติงาน

ผลการปฏิบัติงานผูกกับค่า KPI และ Competency ซึ่งมีองค์ประกอบอีกมาก ถ้าดวงจู๋ พูดไม่เก่ง เจ้านายไม่รัก ลืมเรื่องเงินเดือน โบนัส ไปได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น บางองค์กรมีลักษณะของจำนวนเงินที่จำกัดจึงใช้ระบบโควต้ามาครอบอีกทีในสไตล์บ้านเรา

 

จำลองผลการลงทุนที่ 5% 10% 15% 20%

Screen Shot 2017-06-14 at 11.55.37 AM

ผลตอบแทนที่ 5%-10% เป็นช่วงที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้น ถึงแม้การลงทุนจะมีความเสี่ยงแต่ก็คงไม่มากไปกว่าความพยายามของทุกท่านจริงมั้ยล่ะครับ

 

Screen Shot 2017-06-14 at 11.55.47 AM

 

ผมเป็นคนที่เรียนไม่สูง เวลาสมัครงานมักจะโดนปฏิเสธ หรือ ได้เงินเดือนน้อยกว่าปกติ หลังจากทำงานไปแล้ว ผมมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ทำอย่างไรถึงจะขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองได้ แค่งานพิเศษธรรมดาทั่วไป คงไม่พอที่จะทำให้ชีวิตหลังเกษียณสบายได้ จึงเริ่มศึกษาและเข้าสู่โลกของการลงทุนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากภาพจำลองเหตุการณ์ ลงทุนปีละ 12000 บาท ทุกๆ สิ้นปี (เดือนละ 1,000 บาท)  ผลตอบแทนสูงสุดที่ 20% ภายใน 5 ปีสามารถถือเงินแสนได้สบายๆ จะเห็นว่า หากลงทุนอย่างสม่ำเสมอก็สามารถขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองได้แล้วจากทางฝั่งด้านการลงทุน

สมมุติตัวเลข 1 ล้านบาทปันผลที่ 7%

ในกรณีที่เราสามารถลงทุนเพิ่มขึ้นได้ จนวันหนึ่งมีเงินต้นประมาณ 1 ล้านบาท (ล้านบาทแรก ทำงานประจำกินเงินเดือน ก็ทำได้ ขอให้พยายาม) เงินปันผล 7% ของ 1 ล้านบาท เท่ากับ 70,000 บาทต่อปี คิดเป็นรายได้เดือนละ 5,833 บาท

ถ้าคุณมีเงินเดือน 15,000 ก็จะได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 20,833 บาทต่อเดือน
ถ้าคุณมีเงินเดือน 20,000 ก็จะได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 25,833 บาทต่อเดือน
ถ้าคุณมีเงินเดือน 30,000 ก็จะได้เงินเดือนเพิ่มเป็น 35,833 บาทต่อเดือน

ในระหว่างการลงทุน ถ้าหากคุณเพิ่มจำนวนเงินลงทุนไปเรื่อยๆ หรือ สามารถสร้างประสบการณ์ สร้างผลตอบแทนได้มากขึ้น คุณก็เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองได้ไม่ต้องใคร

อย่ามาถามผมว่า แล้วจะหาเงิน 1 ล้านบาทแรกได้อย่างไร ถ้าคุณ ยังตั้งคำถามแบบนี้ ก็ปิดเกมได้เลย แต่ถ้าคิดใหม่ถามใหม่  บอกมาว่าคุณทำอะไรได้ และ จะทำอย่างไร ด้วยอะไร ที่ไหนเมื่อไหร่ เงาเศรษฐีก็ตามติดตัวคุณแล้ว

ลงมือซื้อไปเลย

หลังจากสร้างเส้นทางการลงทุนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือเทรดจริงไปเลย ตามตัวอักษร ที่ผมอยากแนะนำวันนี้เลยก็คือ Poems Play เป็นโปรแกรมจำลองการซื้อขายหุ้น เหมือนจริง เลิกตั้งคำถาม Just Do it NOW!! การลงมือทำ ด้วยตัวเอง คิดว่า ถูกบ้าง เป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้อีกแล้ว

Poems Play

ดาวน์โหลดใช้งานได้ทั้ง Android และ iOS คลิกเพื่อดูวิธีการดาวน์โหลดได้ที่นี่ https://goo.gl/mvzxV8   ( ช่วงเดือนมิถุนายนนี้อยู่ระหว่างการแข่งขันยังไม่สมัครสมาชิกได้ ) หลังจากดาวน์โหลดมาแล้วสมัครสมาชิกง่ายมาก

วิธีการ สมัครสมาชิกและการซื้อขาย เบื้องต้น

วิธีการซื้อขายและเมนูที่แนะนำ

 

กล้ายืนยันได้เลยว่าการอ่านการฟังเป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น แต่การลงมือทำด้วยตัวเอง อย่างสม่ำเสมอ สร้างการเปลี่ยนแปลง ในชีวิต ได้มากมาย ท่าน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยตัวเองครับ โหลดเลย Poems Play