DCA ปลอดภัย รู้แบบนี้ซื้อไปนานแล้ว

DCA ปลอดภัย รู้แบบนี้ซื้อไปนานแล้ว

ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 ทีมงานหุ้นปันผล ทุ่มเทสุดกำลังบุกตลุยงบการเงินของทุกๆบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจบปี 2559 ว่ามีบริษัทใดบ้างที่น่าลงทุน เราได้ข้อสรุปว่า ภาคบริการยังทำผลการดำเนินงานได้อย่างดีเยี่ยม

ตัวอย่าง บริษัทในภาคการบริการ ที่มีผลการดำเนินดีต่อเนื่อง

หุ้นที่นำมาเป็นตัวอย่างทั้ง 3 ตัวนี้อยู่ในภาคบริการที่จัดว่ามีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากหันกลับไปมองราคาหุ้นย้อนหลังของ หุ้นทั้ง 3 ตัวนี้ก็พบว่าเมื่อเทียบราคากับกำไรต่อหุ้นแล้วสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว

HMPRO  หุ้นค้าปลีกชื่อดังรายนี้ในรอบ 9 เดือนของปี 2559 มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง  19.03%  แต่เมื่อย้อนไปดูในช่วงปี 2557 (A)  ถึงแม้จะปันผลเข้ามาเพียง 15:1 ราคากลับปรับตัวลงแรงจนถึงปลายปี 2558 (B)  ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นมาในช่วงต้นปี 2559   อาจมีบางคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ซื้อในช่วงที่ราคาต่ำสุดล่ะ ระหว่างปี 2558 ราคายืนให้ซื้ออยู่ตั้งนาน (คำถามนี้ต้องถาม ณ ตอนนั้นครับ ไม่ใช่​ ณ ตอนนี้ อารมณ์มันต่างกันเยอะ)

ทำอย่างไรถึงจะซื้อราคาต่ำสุดได้ ?

หากท่านเป็นนักลงทุนที่อยู่ในตลาดมานานพอ จะทราบดีว่าราคาต่ำสุดไม่มีอยู่จริง เพราะหลังจากซื้อแล้ว ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น ลงทันที หรือ นิ่งๆ ก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก  ผมเชื่อว่าหากท่านได้ลงมือศึกษาอย่างจริงจัง สิ่งที่น่าจะมองออกได้อย่างชัดเจนมากกว่าราคาหุ้นที่ขึ้นลง คือ บริษัทนี้ทำกำไรเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และ มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในอนาคต จากการเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน เพิ่มหน่วยธุรกิจใหม่ๆ และ การลงทุนเพิ่มสาขาอย่างต่อเนื่อง  ฉะนั้นหากถามหาราคาต่ำสุด คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นล่ะมั้งครับที่ล่วงรู้

ในเรื่องความสามารถในการทำกำไรของบริษัท เรื่องนี้จำเป็นต้องศึกษาเรื่องงบการเงิน และ แผนการลงทุนของบริษัทโดยละเอียดเพื่อให้เห็นภาพอย่างชัดเจน จนเกิดความมั่นใจ ส่วนสุดท้ายที่เหลือแล้วจะซื้อราคาไหนดี ? เป็นคำถามสุดคลาสสิคของนักลงทุนหลายคน ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ หรือ มีประสบการณ์มาก แต่ขาดการฝึกฝนอย่างถูกวิธี พอซื้อผิดที่ผิดเวลาก็พาลให้ดอย และ เผลอคัททิ้งกันอยู่บ่อยครั้งพอเห็นเค้าดีก็ตามกันไป เหล่านี้เป็นเรื่องของจิตวิทยาการลงทุนทั้งสิ้น ถ้าไม่อยากพลาดอีกมาลองศึกษาวิธีการซื้อหุ้นทั้งสองแบบนี้กันครับ เชื่อเหลือเกินว่าจะทำให้ท่านได้พบกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยล่ะ

วิธีการซื้อหุ้น 2 วิธีใหญ่ๆ ที่ผมใช้อยู่เสมอ และ ได้ผลดีมากในทุกช่วงตลาดคือ 

  1. ซื้อที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม (Valuation)
  2. ซื้อแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนด้วยวิธี DCA (dollar-cost averaging)
  3. แบบที่ 1 + แบบที่ 2

ทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกัน และ ในแต่ละวิธียังมีรายละเอียดแยกย่อยออกไปแต่โดยสรุปสามารถอธิบายได้จากตารางดังนี้

วิธีแบบที่ 1 Valuation ได้ผลตอบแทนดีมาก และ สามารถรับรู้ผลตอบแทนได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ต้องอาศัยทักษะที่ต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เพราะหากคาดการณ์กำไร และ ความคาดหวังของตลาดผิดพลาด มีโอกาสดอยสูงเลยทีเดียว เพราะวิธีนี้ในช่วงที่ซื้อแล้วหากราคาหุ้นปรับตัวลดลงหมายถึงโอกาสในการทำกำไรเพิ่มขึ้น ไม่ใช่หมายถึงติดลบมากขึ้นฉะนั้นในเชิงของการคำนวณราคามูลค่าที่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องมีความเชื่อมั่นต่อข้อมูลเป็นอันมาก และ ได้ทำการบ้านมาอย่างดีแล้ว คงไม่ต้องบอกนะครับว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายมากขนาดไหนถ้าข้อมูลที่ได้มานั้นผิด

วิธีที่ 2 แบบ ถัวเฉลี่ยต้นทุนด้วยวิธี DCA (dollar-cost averaging) ถึงแม้จะใช้เวลาที่ยาวมากในการสะสมหุ้น แต่ผลตอบแทนก็ถือว่าดีใช้ได้ ถ้าเทียบกับความเสี่ยงระดับต่ำ และ ไม่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์มาก วิธีการ DCA จึงถือเป็นวิธีการที่เข้าสู่สมดุลอย่างแท้จริง ภาระและหน้าที่เรื่องเดียวที่จำเป็นต้องทำคือการศึกษาในรายละเอียดของบริษัทให้ท่องแท้ ซึ่งถือว่าเป็นภาระอันน้อยนิดถ้าเทียบกับวิธีแรก และ ยังเหมาะสำหรับนักลงทุนที่กำลังเริ่มต้นด้วย ผมแนะนำลองเข้าไปดูที่ https://www.krungsri.com/bank/th/krungsri-guru/home.html ที่นี่เป็นเหมือนประตูบานแรกที่มีเคล็ดลับมากมายสามารถนำท่านไปสู่ความสำเร็จได้แน่นอน

จำลองการซื้อขายในช่วงเวลาที่ (A) (B) (C)

เปรียบเทียบระหว่าง วิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 โดยใช้ราคา (A) วันที่  27/08/2557 (B) วันที่ 18/02/2559 (C) วันที่ 21/11/2559 (ใช้ราคาที่ปรับเรื่องการไดรูทของหุ้นเรียบร้อยแล้ว)

จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าผลตอบแทนที่ดีที่สุดของวิธีที่ 1 สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 50.77% แต่ถ้าซื้อผิดช่วงเวลาสามารถติดลบได้ถึง -28.41% ด้วยเหมือนกัน ผู้ที่ลงทุนในวิธีนี้เป็นหลักจึงต้องอาศัยความสามารถทางด้านการคิดวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งประสบการณ์เฉพาะด้านที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจนมีสภาพจิตใจที่มั่นคงพอจะเชื่อได้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกต้อง เพราะหากผิดทางแต่ยังเชื่อว่าถูกต้องแล้วล่ะก็ ฮึ ฮึ อาจส่งผลร้ายแรงต่อการลงทุนได้มากเลยทีเดียว

แต่ถ้าเทียบกับวิธีที่ 2 การ DCA ซื้อทุกเดือนตามช่วงเวลาที่แตกต่างกัน สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างดี ถึงแม้จะใช้เวลานานและผลตอบแทนไม่ได้มากเหมือนวิธีที่ 1 แต่เป็นการลงทุนที่สบายกว่ามาก ผมเชื่อว่าหลายท่านที่ได้อ่านบทความนี้น่าจะได้ประโยชน์ไปไม่มากก็น้อย

วิธีการลงทุน DCA มีเคล็ดลับอยู่เรื่องเดียวเลือกหุ้นให้ถูกตัวแค่นี้ก็ปลอดภัย และ ยังมีเงินเก็บรวยเกษียณได้สมใจกันแน่นอนครับ

ลับสุดยอด 5 ความเสี่ยง กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์

ลับสุดยอด 5 ความเสี่ยง กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์

ภาวะปัจจุบัน ดอกเบี้ยจากการฝากธนาคารลดต่ำลงรวมถึงกองทุนรวมตราสารหนี้ก็ให้ผลตอบแทนลดต่ำลงเช่นเดียวกัน
นักลงทุนจึงพยายามหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมอื่นๆ
ซึ่งต้องใช้ทักษะและประสบการณ์รวมถึงการติดตามสถานการณ์ต่างๆรอบด้าน (เพิ่มเติม…)

ลงทุนหุ้น 5000 บาทแรก ซื้อตัวไหนให้ประทับใจ

ลงทุนหุ้น 5000 บาทแรก ซื้อตัวไหนให้ประทับใจ

ทุนก้อนแรกสำหรับมือใหม่ ผมอยากให้จ่ายเป็นค่ายกครู ซื้อเอาตามอารมณ์เป็นหลักเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างซื่อตรงกับจิตใต้สำนึก แต่ว่าถ้าอยากได้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจและรู้สึกสนุกกับการลงทุนในหุ้นผมมีวิธีเจ๋งๆ มาแนะนำครับ
(เพิ่มเติม…)

3 ข้อที่มักเข้าใจผิดเรื่อง Passive Income ในหุ้น

3 ข้อที่มักเข้าใจผิดเรื่อง Passive Income ในหุ้น

Passive Income เป็นกระแสอยู่พักหนึ่ง ได้คุยกับนักลงทุนหลายท่านยังมีความเข้าใจที่ขัดแย้งกับเป้าหมาย ต้องการสร้าง Passive Income จากหุ้นแต่การลงทุนมีการกระจายออกไปแบบไร้ทิศทาง แบบนี้อาจทำให้การสร้าง Passive Income ทำไม่ได้จริง

(เพิ่มเติม…)

รวยหุ้น ด้วย 10 วิธีที่มือใหม่ก็ทำได้ Part 2

รวยหุ้น ด้วย 10 วิธีที่มือใหม่ก็ทำได้ Part 2

ตลาดอยู่ในช่วงขาลงแบบนี้เหตุผลเดียวที่ผมนึกออกคือ “ต้องซื้อ” เท่านั้น หากคุณต้องการรวยได้จริงจากตลาดหุ้นความผันผวนของตลาดคือเพื่อนที่ดีที่สุดในการลงทุน ไม่ว่าคุณจะลงทุนด้วยวิธีไหนก็ตามความผันผวนจะช่วยให้คุณรวยขึ้นหรือไม่ก็จนลง (ถ้าไปผิดทาง)

(เพิ่มเติม…)

หุ้นตก! ก็ยังรับปันผล จ่ายแน่ถ้าคุณเป็นหุ้นส่วนกิจการ

หุ้นตก! ก็ยังรับปันผล จ่ายแน่ถ้าคุณเป็นหุ้นส่วนกิจการ

อีกกิจกรรมหนึ่งที่ผมชอบทำเวลาหุ้นตกคือ เอาหุ้นที่ติดแดงคามืออยู่มาดุว่าปีนี้จะได้ปันผลกี่บาท  เพราะหุ้นส่วนใหญ่ที่คามืออยู่จะได้ปันผลอยู่ในระดับ 3-7% ต่อปี (พอร์ตเน้นกินปันผล)

(เพิ่มเติม…)

3 วิธีเริ่มต้นง่ายๆ กับการลงทุน แบบวอร์เรน บัฟเฟตต์

3 วิธีเริ่มต้นง่ายๆ กับการลงทุน แบบวอร์เรน บัฟเฟตต์

การลงทุนมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าการตัดสินใจลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะได้กำไรทุกครั้ง เพราะเหตุของกำไรเกิดได้ 2 ทางคือ ส่วนต่างจากการขายหุ้น และ เงินปันผล เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าหลังจากซื้อหุ้นแล้วราคาหุ้นจะตกหรือขึ้น ส่วนเงินปันผลนั้นเป็นของจริงที่เกิดจากการทำธุรกิจมีกำไร และ จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นในรูปแบบของ หุ้น หรือ เงินสด วอร์เรน บัฟเฟต บอกว่า

“Price is what you pay Value is what you get”

(เพิ่มเติม…)

SET ร่วง ส่องหุ้นปันผลดี 2558 เกิน 4%

SET ร่วง ส่องหุ้นปันผลดี 2558 เกิน 4%

หุ้นช่วงนี้มีหลายคนถึงกับจิตตก Indicator ที่ผมใช้วัดคือ Group Line ปกติคุยกันวันละหลายๆ ข้อความเหลือไม่ถึง 10 ข้อความต่อวัน แชร์ภาพบ้าง วีดีโอบ้าง เพื่อไม่ให้ยุงมาวางไข่ 😛

(เพิ่มเติม…)

วิธีสร้างแนวการลงทุน ด้วยตัวเอง

วิธีสร้างแนวการลงทุน ด้วยตัวเอง

บทความเรื่อง ความรู้ เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ในการลงทุน เป็นการจุดประกายที่ทำให้ทุกคนได้หันกลับมามองตัวเองอย่างหนัก ถึงความรู้ที่ตนเองมีอยู่ว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้จริงหรือไม่  (เพิ่มเติม…)